Home ทั่วไทย ลูกส่งเงินให้พ่อเดือนละหมื่นนาน 15 ปี จู่ๆ พ่อโทรบอกไม่ต้องส่งแล้ว พอกลับบ้านเจอความจริงสุดช็อก

ลูกส่งเงินให้พ่อเดือนละหมื่นนาน 15 ปี จู่ๆ พ่อโทรบอกไม่ต้องส่งแล้ว พอกลับบ้านเจอความจริงสุดช็อก

9

ลูกส่งเงินให้พ่อเดือนละหมื่นนาน 15 ปี จู่ๆ พ่อโทรบอกไม่ต้องส่งแล้ว พอกลับบ้านเจอความจริงสุดช็อก

2

ลูกส่งเงินให้พ่อเดือนละหมื่นนาน 15 ปี จู่ๆ พ่อโทรบอกไม่ต้องส่งแล้ว พอกลับบ้านเจอความจริงสุดช็อก

ความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าคำอธิบายใดๆ และมักจะเป็นความรักที่บริสุทธิ์โดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน เรื่องราวสุดสะเทือนใจและสร้างความซาบซึ้งให้กับผู้คนบนโลกออนไลน์ในครั้งนี้ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ของลูกชายวัย 55 ปี คนหนึ่งที่ยึดมั่นในความกตัญญูกตเวที เขาเพียรพยายามส่งเงินกลับไปให้ผู้เป็นพ่อวัย 83 ปี เป็นประจำทุกๆ เดือน เดือนละ 10,000 บาท (หรือเทียบเท่าตามสกุลเงินท้องถิ่น) มาอย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 15 ปี แต่แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อผู้เป็นพ่อได้สายตรงมาหาพร้อมประโยคที่ทำให้ลูกชายต้องประหลาดใจ

3

คำพูดที่ออกมาจากปลายสายของพ่อคือ “ไม่ต้องส่งเงินมาให้อีกแล้วนะ” คำพูดสั้นๆ เพียงไม่กี่คำนี้ กลับสร้างความกังวลใจและสงสัยให้กับลูกชายอย่างมหาศาล เนื่องจากตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา พ่อไม่เคยปฏิเสธความปรารถนาดีและความตั้งใจของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความกังวลใจทำให้เขาตัดสินใจลางานและรีบเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดในทันที เพื่อหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของเขากันแน่ และเมื่อเขาเปิดประตูบ้านเข้าไป ภาพและสิ่งที่ได้รับรู้ก็ทำให้หัวใจของเขาต้องสลายอย่างที่สุด

จุดเริ่มต้นของความกตัญญูตลอด 15 ปี ชายวัย 55 ปีคนนี้ ออกไปทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ในเมืองใหญ่ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น แม้ว่าภาระหน้าที่การงานและชีวิตประจำวันจะรัดตัวสักเพียงใด แต่เขาก็ไม่เคยลืมบุญคุณของผู้เป็นพ่อที่เลี้ยงดูเขามาจนเติบใหญ่ เมื่อเริ่มมีความมั่นคงในอาชีพการงาน เขาจึงตั้งใจที่จะแบ่งเบาภาระและดูแลตอบแทนพ่อ ด้วยการเจียดเงินรายได้ก้อนหนึ่งส่งกลับไปให้พ่อใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน

จำนวนเงิน 10,000 บาทในแต่ละเดือน อาจไม่ใช่เงินจำนวนมหาศาลสำหรับบางคน แต่สำหรับครอบครัวนี้ มันคือสัญลักษณ์แห่งความรัก ความห่วงใย และความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างพ่อลูก การส่งเงินกลับบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลายาวนานถึง 15 ปีเต็ม โดยไม่เคยขาดตกบกพร่อง ไม่เพียงแต่ช่วยให้พ่อมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความกตัญญูอันมั่นคงของลูกชายอีกด้วย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา การโทรศัพท์พูดคุยกันหลังจากได้รับเงินส่งมา คือช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งสองคน พ่อจะกล่าวขอบคุณและอวยพรให้ลูกชายประสบความสำเร็จในการทำงานเสมอ ทำให้ลูกชายรู้สึกมีกำลังใจในการต่อสู้กับงานหนักในเมืองใหญ่ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น จนกระทั่งโทรศัพท์สายนั้นดังขึ้น

สายโทรศัพท์ที่เปลี่ยนความสงบให้เป็นความกังวล

วันหนึ่งในขณะที่ลูกชายกำลังทำงานตามปกติ พ่อของเขาก็ได้โทรศัพท์มาหา แต่การพูดคุยในครั้งนี้แตกต่างไปจากทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง น้ำเสียงของพ่อดูแผ่วเบาและมีความลังเลอยู่กลายๆ ก่อนที่พ่อจะเอ่ยปากพูดประโยคที่ลูกชายไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยิน “ลูก ไม่ต้องส่งเงินมาให้พ่ออีกแล้วนะ พ่อไม่ได้ใช้เงินอะไรแล้ว”

เมื่อลูกชายได้ยินเช่นนั้น เขาก็ถามกลับด้วยความงงงวยและเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อมีเงินไม่พอใช้ หรือว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แต่พ่อกลับปฏิเสธและพยายามบ่ายเบี่ยง โดยบอกเพียงว่าตนเองมีเงินออมเพียงพอสำหรับชีวิตประจำวันแล้ว และไม่อยากให้ลูกชายต้องลำบากส่งเงินมาให้อีกต่อไป หลังจากพูดคุยกันได้เพียงไม่นาน พ่อก็ขอตัววางสายไป โดยทิ้งความสงสัยและกังวลใจไว้ในอกของลูกชาย

ด้วยความที่รู้จักนิสัยของพ่อเป็นอย่างดี ชายวัย 55 ปีรู้ดีว่าพ่อเป็นคนเกรงใจคนอื่นเสมอ และมักจะไม่ยอมบอกเล่าความลำบากของตนเองให้ลูกๆ ต้องเป็นกังวล การที่พ่อปฏิเสธเงินส่งเสียที่เคยรับมาตลอด 15 ปี ย่อมต้องมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่ข้างหลังอย่างแน่นอน ความรู้สึกไม่สบายใจพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเขาไม่อาจนิ่งเฉยได้ จึงตัดสินใจขอเคลียร์ภารกิจการงานและออกเดินทางกลับบ้านเกิดในวันรุ่งขึ้นทันทีดาราศาสตร์