ตำรวจเผยแล้ว! “บุ๋ม ปนัดดา” สืบเบื้องต้นอาจเข้าข่าย 3 ข้อหาหนัก ทั้งฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
กลายเป็นอีกประเด็นที่ถูกจับตา สำหรับกรณีปัญหามูลนิธิองค์กรทำดี ล่าสุด “บุ๋ม ปนัดดา” พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ปากคำและแจ้งความดำเนินคดี โดยใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง ก่อนออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชน ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการไว้ใจคนใกล้ตัว พร้อมกล่าวขอโทษประชาชนที่ร่วมบริจาคให้มูลนิธิจากใจ
บุ๋ม ปนัดดา ระบุว่า การตัดสินใจเข้าแจ้งความครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อติดตามทรัพย์สินกลับคืนสู่มูลนิธิให้ได้มากที่สุด และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบหากตรวจสอบพบว่าตนเองมีส่วนใดที่ทำผิดพลาด แม้จะต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวเข้ามาจัดการ หรือขายทรัพย์สินของตัวเองก็ตาม เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาอยู่ในความถูกต้อง
พร้อมย้ำว่า จะไม่ถอยและไม่หลบหนีไปไหน แต่จะเดินหน้าต่อสู้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง รวมถึงทำทุกวิถีทางเพื่อนำทรัพย์สินของมูลนิธิกลับคืนมา
ส่วนกรณีที่ นางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิองค์กรทำดีก่อนหน้านี้ บุ๋มชี้แจงว่า การเดินทางมาพบตำรวจในครั้งนี้ เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและความพร้อมที่จะให้ข้อมูล ชี้แจงข้อเท็จจริง ตลอดจนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่
ก่อนจบท้ายการสัมภาษณ์ด้วยการบอกว่า ขอพูดเพียงเท่านี้ เพราะหากพูดมากกว่านี้ทนายจะดุ
ด้าน นายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์ หรือ “ทนายเพชร” ทนายความส่วนตัว รีบกล่าวเสริมขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่ถามคำถามเพิ่มเติม โดยระบุว่า หากบุ๋มตอบคำถามอีก ตนจะยุติการทำหน้าที่ทนายความส่วนตัวทันที
ขณะที่ พลตำรวจตรี ทัศนภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการ ปอศ. เปิดเผยว่า ในวันนี้ตำรวจได้ออกหมายเรียกบุคคล 2 ราย ได้แก่ นายพุทธ อภิวรรณ และนายหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เข้าให้ปากคำในฐานะผู้เสียหาย เนื่องจากทั้งคู่เคยบริจาคเงินให้กับมูลนิธิ โดยประเด็นที่จะสอบถามเกี่ยวข้องกับรายละเอียดการบริจาค ไทม์ไลน์การโอนเงิน และยอดเงินที่บริจาค
ส่วนกรณีของบุ๋ม ปนัดดา พล.ต.ต.ทัศนภูมิ ระบุว่า พนักงานสอบสวน ปอศ. ยังไม่ได้เรียกตัวมาสอบปากคำ และการเดินทางมาในวันนี้ไม่ได้เข้าพบตำรวจ ปอศ. แต่เป็นการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับสามีที่กองบังคับการปราบปราม
สำหรับแนวทางการดำเนินคดี หลังตำรวจรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้น พบประเด็นความผิดที่อยู่ระหว่างพิจารณา 3 ฐานหลัก ได้แก่
1.ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
2.ความผิดฐานฟอกเงิน
3.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
โดย พล.ต.ต.ทัศนภูมิ ระบุว่า เบื้องต้นบุ๋มอาจเข้าข่ายความผิดทั้ง 3 ข้อหา ส่วนกรณีของ “ก๊อต” สามีบุ๋ม ตำรวจมองว่าเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน เนื่องจากยังไม่พบว่ามีส่วนร่วมในการฉ้อโกงประชาชน ขณะที่กรรมการมูลนิธิรายอื่น ๆ อยู่ระหว่างการพิจารณาในลำดับถัดไป
















