กินกระเทียมทุกวัน 5 เดือน ส่งผลต่อไตอย่างไร?
กระเทียมกับสุขภาพไต กินทุกวันแล้วเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
เรื่องราวตามข้อความบนภาพกล่าวถึงชายวัย 28 ปีที่รับประทานกระเทียมทุกวันติดต่อกันนาน 5 เดือน ก่อนเข้ารับการตรวจและพบความผิดปกติเกี่ยวกับไต จนแพทย์รู้สึกประหลาดใจกับผลตรวจ เรื่องนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่า กระเทียมที่เป็นวัตถุดิบในครัวเรือนและถูกยกย่องว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ แท้จริงแล้วส่งผลต่อไตอย่างไรกันแน่
กระเทียมเป็นพืชที่มีการนำมาใช้ประกอบอาหารมาอย่างยาวนาน มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว อีกทั้งมีสารประกอบกำมะถันหลายชนิด เช่น อัลลิอินและอัลลิซิน ซึ่งได้รับความสนใจจากนักวิจัย เนื่องจากมีคุณสมบัติด้านสารต้านอนุมูลอิสระและอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบในร่างกาย อย่างไรก็ตาม การมีสารที่น่าสนใจไม่ได้หมายความว่าการกินกระเทียมในปริมาณมากจะช่วยรักษาโรคได้โดยตรง
กระเทียมมีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ยารักษาโรคไต
งานทบทวนทางวิชาการที่เผยแพร่ในปี 2021 กล่าวถึงคุณสมบัติของกระเทียมในด้านสารต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบ รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำไปศึกษาต่อเกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง แต่ผู้วิจัยระบุว่าประสิทธิผลของกระเทียมในฐานะวิธีรักษาโรคไตยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์

นอกจากนี้ ยังมีงานทบทวนและวิเคราะห์ผลการทดลองในสัตว์เกี่ยวกับกระเทียมกับโรคไตจากเบาหวาน ซึ่งพบแนวโน้มที่น่าสนใจต่อค่าบ่งชี้การทำงานของไตบางรายการ แต่ผลการศึกษาในสัตว์ไม่สามารถนำมาใช้ยืนยันได้ว่าการรับประทานกระเทียมสดทุกวันจะช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตในมนุษย์หายจากโรคหรือมีผลตรวจดีขึ้น
ดังนั้น หากใครรับประทานกระเทียมเป็นส่วนหนึ่งของอาหารตามปกติ ก็ไม่ควรเข้าใจว่ากำลังใช้วิธีรักษาไตด้วยตัวเอง และไม่ควรเพิ่มปริมาณการรับประทานอย่างมากเพียงเพราะเชื่อว่ากระเทียมมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ
เหตุใดโรคไตอักเสบจึงไม่ควรมองข้าม?
คำว่าไตอักเสบอาจหมายถึงความผิดปกติหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือโรคที่เกิดการอักเสบของหน่วยกรองเลือดภายในไต ซึ่งเรียกว่าโกลเมอรูลัส เมื่อหน่วยกรองเหล่านี้เสียหาย โปรตีนหรือเม็ดเลือดแดงอาจรั่วออกมากับปัสสาวะ และไตอาจทำหน้าที่กำจัดของเสียได้ไม่ดีเหมือนเดิม
สาเหตุของความผิดปกติมีหลายอย่าง เช่น ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ การติดเชื้อ โรคเบาหวาน หรือโรคที่ส่งผลต่ออวัยวะหลายส่วนในร่างกาย จึงไม่สามารถระบุสาเหตุของไตอักเสบจากพฤติกรรมการกินอาหารเพียงอย่างเดียวได้
ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการบวมบริเวณใบหน้า รอบดวงตา มือ เท้า หรือข้อเท้า น้ำหนักเพิ่มขึ้นจากการคั่งของของเหลว ปัสสาวะมีฟองมากผิดปกติ หรือมีสีชมพูและน้ำตาลคล้ายสีชาเนื่องจากมีเลือดปน อย่างไรก็ตาม บางคนอาจไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก การตรวจสุขภาพจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการสังเกตอาการด้วยตนเอง
การกินกระเทียมทุกวันเกี่ยวข้องกับไตอักเสบหรือไม่?
ประเด็นนี้จำเป็นต้องแยกให้ชัดระหว่างการกินกระเทียมในอาหารตามปกติกับการกินในปริมาณมากหรือใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเข้มข้น ปัจจุบันไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าการกินกระเทียมสดทุกวันเป็นเวลา 5 เดือนทำให้เกิดไตอักเสบโดยตรง และก็ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะกล่าวว่าการกินกระเทียมจะป้องกันหรือรักษาโรคไตอักเสบได้
หากชายวัย 28 ปีในภาพมีผลตรวจผิดปกติจริง แพทย์จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลอื่นร่วมด้วย เช่น ประวัติการเจ็บป่วย การใช้ยา การติดเชื้อ ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด และผลตรวจปัสสาวะ เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรนำเรื่องราวจากภาพมาใช้เป็นข้อสรุปทางการแพทย์สำหรับทุกคน
การรับประทานอาหารอย่างหลากหลายและเหมาะสมจึงยังเป็นแนวทางที่ดีกว่าการฝากความหวังไว้กับอาหารชนิดเดียว โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือเคยได้รับแจ้งว่าการทำงานของไตผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนอาหารอย่างจริงจัง
ผลตรวจไตบอกอะไรได้บ้าง และควรกินกระเทียมอย่างไรให้เหมาะสม?
เมื่อแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติของไต การตรวจเลือดและปัสสาวะเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยประเมินว่าไตยังสามารถกรองของเสียและรักษาสมดุลของร่างกายได้ดีเพียงใด ผลตรวจเหล่านี้มีความหมายมากกว่าการดูเพียงว่าผู้ป่วยรับประทานอาหารชนิดใดเป็นประจำ















