จากกรณีดรามาร้อนแรงบนโลกออนไลน์ หลังมีเพจเฟซบุ๊กนำภาพของ “ยุ้ย ก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว” แม่ค้าสาวที่รับจัดเลี้ยงบุฟเฟต์ก๋วยเตี๋ยว ไปเชื่อมโยงกับพระผู้ใหญ่ระดับเจ้าอาวาสของวัดจุฬามณี ในลักษณะชู้สาว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด ยุ้ยพร้อมแฟนหนุ่ม ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.อัมพวา เพื่อนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจต้นเรื่อง โดยระบุว่าการนำภาพไปเผยแพร่และเชื่อมโยงในลักษณะดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง ทั้งต่อตัวเธอเอง รวมถึงวัดจุฬามณี พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและเตรียมเรียกค่าเสียหาย
ยุ้ย ก๋วยเตี๋ยวสายเดี่ยว เปิดเผยถึงประเด็นความสัมพันธ์กับวัดจุฬามณีว่า ตนเองเป็นแม่ค้าที่รับออกงานจัดเลี้ยงบุฟเฟต์ก๋วยเตี๋ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งงานบุญ งานบวช งานวันเกิด โรงพยาบาล รวมถึงค่ายทหาร โดยคอนเซปต์ของร้านคือการสวมชุดสายเดี่ยว แต่จะปรับเปลี่ยนการแต่งกายให้เหมาะสมกับลักษณะและธีมของแต่ละงาน หากเป็นงานพิธีการก็สามารถสวมชุดไทยหรือชุดสุภาพได้ตามความเหมาะสม
สำหรับความเกี่ยวข้องกับวัดจุฬามณี ยุ้ยยืนยันว่าเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะของการทำงานและการได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อ โดยหลวงพ่อมีเมตตาและเอ็นดูตนเสมือนลูกสาว อีกทั้งยังเป็นพระนักพัฒนาที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนและจัดกิจกรรมโรงทานอยู่เป็นประจำ
ยุ้ยเล่าว่า ในการจัดโรงทานของวัด หลวงพ่อจะสนับสนุนร้านอาหารหลากหลายร้านในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม ให้เข้ามาร่วมทำอาหารแจกจ่ายประชาชน ไม่ได้มีเพียงร้านของตนเองเท่านั้น ดังนั้นการที่ตนมีภาพร่วมกับหลวงพ่อหรือปรากฏตัวภายในวัด จึงเกิดจากการทำงานและการร่วมกิจกรรมของทางวัด ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในลักษณะอื่นตามที่ถูกนำไปกล่าวอ้าง
“หนูเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ขยันทำมาหากิน สู้ชีวิตเพื่อหาเงินเลี้ยงดูพ่อแม่ หลาน รวมถึงหมา 7 ตัวและแมว การที่มีเพจนำภาพไปโยงแบบผิดๆ เพื่อเรียกยอดไลก์ หนูมองว่าเป็นเรื่องที่เลวร้าย เพราะมันกระทบทั้งชื่อเสียงและช่องทางทำมาหากินของคนคนหนึ่ง”
ด้านแฟนหนุ่มของยุ้ย ยืนยันว่า ตนเองกับยุ้ยคบหากันและใช้ชีวิตไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่เสมอ พร้อมยืนยันว่าภาพหรือเรื่องราวที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับพระนั้นไม่เป็นความจริง การนำภาพไปปั่นกระแสในลักษณะดังกล่าวถือเป็นการสร้างความเข้าใจผิดและทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก
แฟนหนุ่มระบุว่า เมื่อเห็นเรื่องดังกล่าวในตอนแรกก็รู้สึกโกรธ เพราะเพจต้นเรื่องไม่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือสอบถามข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนตัดสินใจพายุ้ยเดินทางมาแจ้งความ เพื่อปกป้องสิทธิและชื่อเสียงของทั้งคู่ รวมถึงไม่ต้องการให้เรื่องที่ไม่เป็นความจริงถูกเผยแพร่ต่อไป
ขณะที่ยุ้ยฝากถึงสังคมว่า อยากให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร ไม่หลงเชื่อหรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ เพราะเพียงภาพบางภาพอาจถูกนำไปตีความหรือสร้างเรื่องราวจนทำให้บุคคลที่อยู่ในภาพได้รับความเสียหาย พร้อมยืนยันอีกครั้งว่า ตนบริสุทธิ์ใจ และเคารพหลวงพ่อเสมือนผู้ใหญ่ที่ให้ความเมตตา จึงขอปกป้องทั้งชื่อเสียงของตัวเองและชื่อเสียงของหลวงพ่อ รวมถึงวัดจุฬามณีอย่างถึงที่สุด

















