จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกรณีนักเรียนชายก่อเหตุยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ รอง ผอ.กิตตพงศ์ สมรัตน์ อายุ 44 ปี ย่าง 45 ปี ซึ่งครอบครัวได้เคลื่อนร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดใน จ.ศรีสะเกษ ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนในครอบครัวและญาติพี่น้อง

วันที่ 9 ส.ค. 2569 ที่บ้านเลขที่ 359 บ้านกันทรอมน้อย หมู่ 6 ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ นายทองใบ สมรัตน์ ผู้เป็นพ่อ พร้อมด้วยภรรยา ลูกหลาน ลูกสะใภ้ ลูกเขย ญาติพี่น้อง และจิตอาสา ร่วมกันจัดเตรียมสถานที่บริเวณหน้าบ้าน เพื่อรอรับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพแก่รอง ผอ.กิตตพงศ์ ผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 18:20 น. มูลนิธิกู้ภัยป่อเต็กตึ๊งได้นำร่างของรอง ผอ.กิตตพงศ์ กลับมาส่งถึงบ้านเกิด โดยช่วงเช้าวันนี้ร่างถูกบรรจุไว้ในโลงเย็นเรียบร้อยแล้ว มีญาติพี่น้อง รวมถึงคุณตาและคุณยาย เดินทางมาเคารพศพอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงคณะสงฆ์จากวัดกันทรอมน้อย ได้เข้ามาช่วยดูแลและจัดเตรียมสถานที่สำหรับประกอบพิธี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
ด้าน นางสาวอาทิตติยาภรณ์ หรือ “มิ้น” สมรัตน์ อายุ 31 ปี ภรรยาของรอง ผอ.กิตตพงศ์ เปิดเผยทั้งน้ำตาถึงเหตุการณ์ในช่วงเช้าของวันที่เกิดเหตุว่า วันนั้นพี่พงศ์มีอาการไม่สบาย หายใจไม่ค่อยออกและมีอาการไอ จึงพูดคุยกันว่าควรลางานหรือไม่ แต่พี่พงศ์บอกว่าไม่สามารถลาได้ เนื่องจากมีภารกิจต้องไปฉีดวัคซีน

โดยปกติทุกปีเวลาพี่พงศ์ไปฉีดวัคซีนจะพาลูกไปด้วย แต่ในปีนี้ไม่ได้พาลูกไปด้วย ทำให้เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างแตกต่างจากทุกครั้ง นอกจากนี้ ก่อนเกิดเหตุประมาณหนึ่งสัปดาห์ พี่พงศ์ยังขึ้นไปนอนกับลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และครั้งนั้นยังทั้งกอดลูกและพูดคุยกับลูกในลักษณะที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกไปจากปกติ
นางสาวอาทิตติยาภรณ์ เล่าต่อว่า ในวันนี้ตนเป็นคนดูแลลูกชายทั้ง 3 คนของรอง ผอ.กิตตพงศ์ โดยพาลูก ๆ รับประทานอาหารเช้าและพยายามดูแลให้ดีที่สุด แม้ภายในใจจะยังเต็มไปด้วยความเสียใจและคิดถึงสามีอย่างมาก
สำหรับชีวิตครอบครัวของทั้งคู่ เพิ่งเริ่มสร้างครอบครัวได้ประมาณ 2 ปี หลังจากมีลูกครบ 3 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในความฝันของพี่พงศ์ โดยเจ้าตัวเคยอยากมีภาพครอบครัวที่มีทั้งเจ้าบ่าว เจ้าสาว และลูก ๆ อยู่ร่วมกัน และวันนี้ครอบครัวก็มีทุกอย่างตามความฝันที่เขาเคยวางเอาไว้แล้ว
นางสาวอาทิตติยาภรณ์ เล่าว่า ตนกับพี่พงศ์รู้จักกันมาตั้งแต่เรียนชั้น ป.3 เนื่องจากเป็นคนในหมู่บ้านกันทรอมน้อยเดียวกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปและไม่ได้พบกันอีกระยะหนึ่ง กระทั่งกลับมาเจอกันอีกครั้งในช่วงเรียนชั้น ม.6 และเริ่มกลับมาพูดคุยและคบหากันอย่างจริงจัง ก่อนตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
ทั้งคู่แต่งงานกันมาเป็นปีที่ 2 และมีลูกด้วยกันครบ 3 คน ซึ่งเป็นภาพครอบครัวที่พี่พงศ์ตั้งใจและฝันเอาไว้ โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่ยังได้ถ่ายภาพพรีเวดดิ้งร่วมกันเก็บไว้เป็นความทรงจำ
อีกหนึ่งเรื่องที่ครอบครัวพูดถึงคือ “เลข 7” ซึ่งเป็นเลขที่รอง ผอ.กิตตพงศ์ชื่นชอบ โดยเจ้าตัวเกิดวันที่ 7 และยังเลือกจัดงานแต่งงานในวันที่ 7 เช่นเดียวกับวันที่เกิดเหตุที่นำมาสู่การจากไปก็ตรงกับวันที่ 7 ส.ค. ทำให้ครอบครัวอดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้กับความบังเอิญดังกล่าว
ท่ามกลางความสูญเสียครั้งใหญ่ ภรรยาและครอบครัวยังคงต้องเดินหน้าดูแลลูกชายทั้ง 3 คน พร้อมเก็บความทรงจำของรอง ผอ.กิตตพงศ์ เอาไว้ในฐานะสามี พ่อ และคนสำคัญของครอบครัว ซึ่งจากไปอย่างกะทันหันจากเหตุการณ์รุนแรงที่ไม่มีใครคาดคิด


















