ทนายสาวใส่เดรสแขนกุดขึ้นศาล ถูกผู้พิพากษาเรียกตรวจชุดต่อหน้าคนอื่น ปมถกเถียงเดือด โซเชียลยังเล่นมุกคำพ้องเสียง
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หลัง มาเรียห์ เมดินา (Mariah Medina) ทนายความหญิงในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เดินทางไปศาลเพื่อทำหน้าที่ในคดี โดยสวมเดรสทรงตรงแขนกุดสีเทา แต่กลับถูกผู้พิพากษาทักท้วงเรื่องการแต่งกายต่อหน้าผู้คนภายในศาล และเรียกเธอเข้าไปบริเวณหน้าบัลลังก์เพื่อพิจารณาการแต่งกายอย่างละเอียด
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการถกเถียงบนโลกออนไลน์ว่า การแต่งกายของเมดินาไม่เหมาะสมจริงหรือไม่ ขณะที่เจ้าตัวได้โพสต์ภาพชุดที่สวมในวันเกิดเหตุลงบนโซเชียลมีเดีย เพื่อชี้แจงว่าเดรสดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะเปิดเผยเรือนร่างจนเกินความเหมาะสม และตั้งคำถามถึงวิธีการที่ผู้พิพากษาเลือกใช้ในการตักเตือนเธอต่อหน้าผู้อื่น
ใส่เดรสแขนกุดขึ้นศาล ถูกเรียกไปดูชุดต่อหน้า
รายงานระบุว่า วันดังกล่าวเมดินาเดินทางไปศาลเพื่อเข้าร่วมกระบวนการก่อนการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นขั้นตอนสั้น ๆ ใช้เวลาประมาณ 2 นาที แต่ระหว่างนั้นผู้พิพากษากลับเรียกเธอไปยังบริเวณหน้าบัลลังก์ต่อหน้าจำเลยและทนายความคนอื่น ๆ พร้อมพิจารณาการแต่งกายของเธอ และถามว่าเธอคิดจริงหรือว่าเดรสชุดดังกล่าวเหมาะสมสำหรับการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนหรือไม่
ผู้พิพากษายังถามเพิ่มเติมว่า ในรถของเธอมีเสื้อสูทหรือเสื้อคลุมสำหรับสวมทับหรือไม่ ทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเรื่องขอบเขตของการแต่งกายในสถานที่ราชการและอำนาจของผู้พิพากษาในการกำหนดมาตรฐานการแต่งกายภายในห้องพิจารณาคดี
เจ้าตัวแจง เดรสไม่ได้โป๊ และเคยใส่ออกทีวีมาก่อน
หลังเหตุการณ์ เมดินาออกมาอธิบายว่า เดรสสีเทาของ J.Crew ที่เธอสวมในวันนั้น เปิดให้เห็นเพียงบริเวณหัวไหล่และต้นแขนเท่านั้น ไม่มีลักษณะเว้าต่ำ เปิดหลัง หรือเปิดด้านข้างอย่างที่อาจถูกมองว่าไม่เหมาะสม
เธอยังเล่าว่า ก่อนจะมาเป็นทนายความ เธอเคยทำงานเป็นผู้สื่อข่าว และเคยสวมชุดดังกล่าวขณะออกโทรทัศน์หลายครั้ง รวมถึงเคยสวมชุดนี้ไปศาลอื่นโดยไม่เคยถูกทักท้วงมาก่อน
สำหรับศาลอาญาในพื้นที่ แม้จะมีหลักเกณฑ์ให้ทนายความแต่งกายด้วยชุดธุรกิจอย่างเป็นทางการเป็นหลัก แต่ผู้พิพากษาแต่ละคนสามารถพิจารณาอนุญาตให้แต่งกายแบบธุรกิจลำลองได้เป็นกรณี ๆ ไป โดยเมดินาระบุว่า ชุดที่เธอสวมไม่ได้ขัดกับข้อห้ามเกี่ยวกับการแต่งกายที่ผู้พิพากษารายดังกล่าวประกาศไว้บริเวณหน้าห้องพิจารณาคดี
“ไม่อยากมีเรื่อง” แต่ยอมใส่เสื้อคลุมหากต้องกลับไปศาลนี้
เมดินากล่าวว่า เธอเติบโตมาในครอบครัวและสภาพแวดล้อมทางศาสนาที่ค่อนข้างเคร่งครัด จึงเข้าใจเรื่องความเหมาะสมของการแต่งกายเป็นอย่างดี และมองว่าการที่ผู้พิพากษาเลือกเรียกเธอไปตำหนิต่อหน้าคนอื่น ทั้งที่คดียังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาคดีจริง เป็นวิธีการที่เธอมองว่าไม่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ต้องการทำให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นความขัดแย้ง และระบุว่าหากต้องกลับไปทำงานในศาลแห่งนี้อีก เธอก็พร้อมสวมเสื้อคลุมทับเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าผู้พิพากษารายดังกล่าวกำลังจะพ้นจากตำแหน่งในอีกไม่กี่เดือน เนื่องจากไม่ได้รับเลือกกลับเข้ารับตำแหน่ง
โซเชียลเสียงแตก ฝ่ายหนึ่งมองชุดสุภาพ อีกฝ่ายชี้ต้องเคารพกฎศาล
หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ ความคิดเห็นบนโลกออนไลน์แบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน บางคนมองว่าเดรสของเมดินาดูสุภาพและไม่ได้มีลักษณะเปิดเผยจนเกินไป จึงเห็นว่าการถูกเรียกมาตรวจชุดต่อหน้าผู้อื่นเป็นเรื่องเกินจำเป็น
ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า เมื่ออยู่ภายในศาล ทนายความควรปฏิบัติตามมาตรฐานการแต่งกายที่ผู้พิพากษากำหนด และผู้พิพากษาก็มีอำนาจควบคุมระเบียบภายในห้องพิจารณาคดี โดยบางความคิดเห็นถึงขั้นเสนอว่าผู้พิพากษาสามารถใช้มาตรการทางศาลหากเห็นว่ามีการฝ่าฝืนคำสั่ง
จาก “bear arms” สู่ “bare arms” มุกคำพ้องเสียงที่คนแห่แชร์
ท่ามกลางการถกเถียง ยังมีชาวเน็ตจำนวนหนึ่งหยิบ รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 (Second Amendment) ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิในการครอบครองและพกพาอาวุธปืน มาสร้างเป็นมุกคำพ้องเสียง
คำว่า “bear arms” ซึ่งใช้ในบริบทเกี่ยวกับการถือหรือพกพาอาวุธ ถูกนำมาเล่นคำกับ “bare arms” ที่หมายถึง “แขนเปลือย” หรือ “การเปิดเผยแขน” เพื่อแซวสถานการณ์ของเมดินาที่ถูกทักเรื่องการสวมชุดแขนกุด
เมดินาเองก็เข้ามาร่วมเล่นมุกด้วย โดยโพสต์คลิปเก่าที่เธอเคยไปสนามยิงปืน พร้อมแสดงความคิดเห็นในทำนองว่า ก่อนหน้านี้ผู้คนอาจรู้จักเธอในฐานะคนที่ “bear arms” แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ เธออาจกลายเป็นที่รู้จักจากการ “bare arms” แทน
เรื่องราวดังกล่าวจึงกลายเป็นทั้งประเด็นถกเถียงเรื่อง การแต่งกายของทนายความในศาล และมุกไวรัลบนโลกออนไลน์ไปพร้อมกัน สะท้อนให้เห็นว่ารายละเอียดเล็ก ๆ อย่างเสื้อผ้าที่สวมใส่ในศาล ก็สามารถกลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีทั้งมุมมองด้านกฎระเบียบ มารยาท และอารมณ์ขันเข้ามาเกี่ยวข้องได้
หมายเหตุ: รายละเอียดเหตุการณ์และความคิดเห็นของคู่กรณีเป็นไปตามรายงานข่าวและโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่มีการเผยแพร่













