จากกรณี ที่ เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในบ้านพักแห่งหนึ่ง วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. ที่ผ่านมา เมื่อภรรยาวัย 30 ปี ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ก่อเหตุปีนรั้วและพังประตูบุกเข้าไปทำร้าย นายธวัชพล สามีวัย 63 ปี ภายในห้องนอน หลังฝ่ายชายไม่ยอมเปิดประตูให้ ส่งผลให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
เบื้องหลังคดีสะท้อนความสัมพันธ์ที่แตกร้าวอย่างหนัก โดยคนใกล้ชิดเปิดเผยว่า ฝ่ายชายมีอาชีพขับไรเดอร์ และต้องนำเงินที่หามาได้มอบให้ภรรยาทั้งหมด แม้กระทั่งรายได้ในแอปก็ไม่เหลือ บางวันมีเงินติดตัวเพียง 40 บาท หรือเหลือแค่เหรียญในกระเป๋าเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ฝ่ายชายต้องให้เงินภรรยาสัปดาห์ละ 5,000 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 20,000 บาท และหากต้องการใช้ชีวิตคู่ จะต้องจ่ายเงินให้ภรรยาครั้งละ 10,000 ถึง 30,000 บาท
ก่อนหน้านี้ฝ่ายชายเคยพยายามช่วยเหลือ โดยลงทุนซื้อเสื้อผ้าให้ภรรยานำไปขายในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ แต่ฝ่ายหญิงกลับเก็บทั้งทุนและกำไรไว้เพียงผู้เดียว ขณะเดียวกันยังมีนิสัยหึงหวงรุนแรง ถึงขั้นไม่ยอมให้สามีพูดคุยกับผู้หญิงคนอื่น

ย้อนกลับไปในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงเคยทำร้ายฝ่ายชายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว แต่ฝ่ายชายยังยอมช่วยประกันตัวออกมาด้วยความรัก กระทั่งเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอีกครั้ง
ก่อนเกิดเหตุในคืนเดียวกัน เวลาประมาณ 21.00 น. ผู้เสียชีวิตได้ไปพบเพื่อนสนิท พร้อมยืมเงิน 200 บาท เพื่อนำไปดื่มสุรา และระบายความทุกข์เกี่ยวกับชีวิตคู่ โดยมีการกอดเพื่อนแน่นคล้ายเป็นการบอกลา
ต่อมาในช่วงเที่ยงคืน ผู้เสียชีวิตยังแวะไปที่ร้านคาราโอเกะของคนรู้จัก และถึงกับร้องไห้ พร้อมพูดตัดพ้อว่า ไม่ไหวแล้ว ชีวิตไม่เหลืออะไรแล้ว ซึ่งแตกต่างจากพฤติกรรมปกติอย่างชัดเจน
กระทั่งช่วงเช้ามืด ภรรยาสาวได้ตามมาที่บ้านและพยายามเรียกให้เปิดประตู แต่ฝ่ายชายไม่ยอมเปิด ทำให้ฝ่ายหญิงปีนรั้วสูงกว่า 2-3 เมตรเข้าไป และพังประตูบุกเข้าด้านใน

เพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่า ได้ยินเสียงผู้เสียชีวิตร้องขอความช่วยเหลือถึง 2 ครั้ง ก่อนที่เสียงจะเงียบลง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตนอนเสียชีวิตอยู่ข้างเตียงภายในห้องนอน
เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทันทีในที่เกิดเหตุ โดยพบว่าอยู่ในสภาพนิ่งเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ และภายหลังระหว่างถูกควบคุมตัว ยังมีพฤติกรรมนั่งพูดพึมพำคนเดียวภายในห้องขัง

ขณะเดียวกัน มีข้อมูลจากชาวบ้านระบุว่า ผู้ก่อเหตุอาจเคยมีประวัติคดีมาก่อนถึง 7 คดี ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เรียบเรียงโดย มุมข่าว

















