เจ้าของร้านอาหารย่านสวนรถไฟเปิดหน้าแถลงโต้ กอล์ฟ อินฟลูเอนเซอร์สายกีฬา เปิด CCTV ยันไม่ได้กักขังหน่วงเหนี่ยว แฉตกลงแค่แจกกาแฟ
หนังคนละม้วน! เจ้าของร้านอาหารย่านสวนรถไฟ ควงน้องสาวและผู้จัดการร้านตั้งโต๊ะแถลง เปิด CCTV โต้กลับอินฟลูเอนเซอร์สายกีฬาชื่อดัง ยืนยันไม่ได้กักขังหน่วงเหนี่ยว ชี้คู่กรณีตกลงไว้ว่าจะมาขอตั้งบูธ “แจกกาแฟ” เพื่อเอื้อชมรมนักวิ่ง แต่วันจริงกลับมาเปิดขายครบวงจร แอบใช้น้ำ-ไฟร้าน ย้ำชัด “ไม่ได้เป็นคนดีขนาดให้ใครมาขายแข่งในพื้นที่ตัวเอง” เผยร้านโดนทัวร์ลง กดรีวิว 1 ดาว วอนจบเรื่อง เอาเวลาไปทำมาหากิน หากไม่หยุดพร้อมดำเนินคดีถึงที่สุด


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งบริเวณสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) พร้อมด้วยน้องสาวและผู้จัดการร้าน ได้ร่วมกันแถลงชี้แจงความบริสุทธิ์ใจ หลังเกิดกระแสดราม่าในโลกออนไลน์ จากกรณีที่ “กอล์ฟ” อินฟลูเอนเซอร์สายกีฬาชื่อดัง ออกมาโพสต์คลิปร่ำไห้ อ้างว่าถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและข่มขู่บังคับให้โพสต์ประจานตัวเอง
เจ้าของร้านเปิดเผยว่า เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา โดย “กอล์ฟ” พร้อม “โอ๊ต” แฟนหนุ่ม ได้เข้ามาติดต่อขอตั้งบูธเพื่อแจกกาแฟและทำคอมมูนิตี้สำหรับนักวิ่ง ตอนแรกฝ่ายอินฟลูเอนเซอร์พยายามขอเช่าพื้นที่และเสนอแบ่ง GP แต่ทางร้านได้ปฏิเสธ โดยอ้างเรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อตัดรำคาญ อย่างไรก็ตาม หากเป็นการทำกิจกรรมแจกเครื่องดื่มเพื่อนักวิ่งจริง ๆ ทางร้านก็ยินดีสนับสนุน โดยไม่มีการตกลงเรื่องขอใช้น้ำหรือไฟ และไม่มีการพูดคุยรายละเอียดเชิงลึกหรือวางแผนล่วงหน้า 2 เดือนตามที่ถูกกล่าวอ้าง มีเพียงการพูดคุยผ่านแอปพลิเคชันไลน์เท่านั้น
ด้านผู้จัดการร้านระบุว่า เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 16 ต.ค. ฝ่ายอินฟลูเอนเซอร์ได้เข้ามาตั้งเต็นท์เปล่าเตรียมงาน กระทั่งช่วงเช้าตรู่วันที่ 17 ต.ค. เวลาประมาณ 05.00 น. พนักงานของกอล์ฟกลับนำถังน้ำแข็ง ป้ายเมนู และอุปกรณ์ครบชุดมาเปิดขายกาแฟและเครื่องดื่มอย่างเป็นทางการ จนเวลา 08.00 น. พนักงานร้านจึงแจ้งเรื่องให้ทราบ ทางร้านจึงขอให้หยุดขายเนื่องจากผิดข้อตกลง แต่ทางกอล์ฟปฏิเสธโดยอ้างว่า “ลูกค้าเยอะ ไม่สามารถหยุดขายได้”

เจ้าของร้านยอมรับว่ารู้สึกโมโหมาก เพราะจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ค้าขายของตน จึงได้ด่าออกไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ พร้อมแจ้งความกับ สน.บางซื่อ ในวันเดียวกัน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายจาก สน.บางซื่อ ได้เดินทางมาไกล่เกลี่ย โดยนั่งพูดคุยกันที่โต๊ะอาหารบริเวณหน้าร้าน ซึ่งในขณะนั้นมีเพียงพนักงานของฝั่งอินฟลูเอนเซอร์นั่งอยู่ ก่อนที่ “โอ๊ต” แฟนหนุ่มจะเดินทางกลับมาร่วมพูดคุย ทั้งนี้ ทางร้านได้เปิดหลักฐานจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้สื่อมวลชนดู เพื่อยืนยันว่าบรรยากาศเป็นการนั่งพูดคุยไกล่เกลี่ยกันตามปกติต่อหน้าตำรวจ ไม่มีการกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือใช้อิทธิพลข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด

เจ้าของร้านกล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ต้องให้โพสต์ขอโทษในวันนั้น เพราะไม่อยากให้ไปทำพฤติกรรมแบบนี้กับใครอีก และคิดว่าเรื่องจบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. ที่มีการลงบันทึกประจำวัน แต่การที่อีกฝ่ายออกมาโพสต์คลิปทำให้ร้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากเดิมที่มีรีวิวสูงถึง 4.7 ดาว กลับถูกแฟนคลับเข้ามาแห่กด 1 ดาว
“ตนไม่ได้เป็นคนดีขนาดที่จะยอมให้คนอื่นมาตั้งบูธขายสินค้าประเภทเดียวกันชนหน้าร้านตัวเอง เพราะนี่คือการค้าขาย หลังจากนี้ไม่ได้ต้องการให้อีกฝ่ายออกมาชี้แจงอะไรอีก แต่อยากให้เรื่องจบเพื่อเอาเวลาไปทำมาหากิน แต่หากอีกฝ่ายยังไม่หยุด ก็พร้อมจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด” เจ้าของร้านกล่าว















