เรื่องราวของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่มีอายุใกล้เคียงกัน และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งตับในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ พร้อมกับพาดหัวข่าวที่ระบุว่า “ต้นเหตุคือพฤติกรรมการเก็บไข่ไก่” จนทำให้หลายคนเกิดความกังวล
อย่างไรก็ตาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับย้ำว่า มะเร็งตับเป็นโรคที่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี การดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน โรคไขมันพอกตับ ภาวะตับแข็ง รวมถึงการได้รับสารพิษบางชนิดเป็นเวลานาน การเก็บไข่ไก่เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของมะเร็งตับ
สิ่งที่แพทย์ต้องการเตือนคือ พฤติกรรมการเก็บอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคหรือเชื้อราในอาหารบางประเภท ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ แม้จะไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดมะเร็งทันที
สำหรับไข่ไก่ หลายครอบครัวนิยมซื้อครั้งละจำนวนมาก แล้ววางทิ้งไว้ในครัวเป็นเวลานาน หรือเก็บไว้ในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงและชื้น ทำให้คุณภาพของไข่ลดลงเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะหากเปลือกไข่แตกร้าว เชื้อแบคทีเรีย เช่น Salmonella อาจปนเปื้อนเข้าไปในไข่ได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ บางคนยังล้างไข่ก่อนนำเข้าตู้เย็น ซึ่งอาจทำให้ชั้นเคลือบธรรมชาติบนเปลือกไข่เสียหาย ส่งผลให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าสู่ภายในไข่ได้ง่ายกว่าเดิม หากต้องการล้าง ควรล้างก่อนนำไปปรุงอาหาร ไม่ใช่ก่อนเก็บรักษา



ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหารแนะนำว่า ไข่ไก่ควรเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงการวางไว้ที่ประตูตู้เย็นซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบ่อย และควรเก็บไว้ในภาชนะหรือแผงไข่เดิมเพื่อลดโอกาสปนเปื้อน
ก่อนนำไข่มาปรุงอาหาร ควรตรวจสอบว่าไม่มีรอยแตกร้าว ไม่มีกลิ่นผิดปกติ และไม่หมดอายุ หากพบว่าไข่มีลักษณะผิดปกติ ควรทิ้งทันที
นอกจากเรื่องการเก็บไข่แล้ว แพทย์ยังแนะนำให้ดูแลสุขภาพตับด้วยการหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ควบคุมน้ำหนักตัว รับประทานอาหารที่สมดุล และฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีหากอยู่ในกลุ่มที่เหมาะสม
ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคตับ โรคไวรัสตับอักเสบ หรือโรคตับแข็ง ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพราะการตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้มาก



แม้พาดหัวข่าวจะเชื่อมโยงเหตุการณ์กับ “การเก็บไข่ไก่” แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ไม่มีหลักฐานว่าการเก็บไข่ผิดวิธีเพียงอย่างเดียวทำให้เกิดมะเร็งตับ การเกิดโรคมะเร็งตับเป็นผลจากหลายปัจจัยที่สะสมเป็นเวลานาน
สิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญคือการเก็บอาหารทุกชนิดอย่างถูกสุขลักษณะ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารที่ขึ้นรา เพราะเชื้อราบางชนิดอาจสร้างสารพิษ เช่น อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งพบได้บ่อยในธัญพืชหรือถั่วที่เก็บรักษาไม่ดี และเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ได้รับการยอมรับว่าเกี่ยวข้องกับมะเร็งตับ
ท้ายที่สุด การดูแลสุขภาพตับไม่สามารถอาศัยการหลีกเลี่ยงอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ควรอาศัยการใช้ชีวิตที่สมดุล การรับประทานอาหารสะอาด การเก็บรักษาอาหารอย่างถูกต้อง การตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับและโรคเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
ขอบคุณที่มา: th.thebustednews.com

















