เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 69 ทางด้านเพจ กรมอุตุนิยมวิทยา ออกมาเปิดเผยถึงปัจจัยการเกิด “มหาอุทกภัย” โดยระบุว่า… อะไร? คือ “มหาอุทกภัย”
“มหาอุทกภัย” ไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นร่วมกัน ทั้งพายุหรือพายุโซนร้อน ร่องมรสุมที่มีกำลังแรงและแช่ตัวเป็นเวลานาน รวมถึงฝนตกหนักรุนแรงในบริเวณกว้างอย่างต่อเนื่อง
จากสถานการณ์ปัจจุบัน
- ไม่มีพายุเข้าเป็นเพียงอิทธิพลของร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ
- ฝนตกหนักหลายพื้นที่ ตามฤดูกาล (ปลายฝนต้นหนาว)
- ฤดฝน ปกติเดือนกันยายนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น ฝนตก 60-80% ของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ กับมีฝนหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดสภาวะนํ้าท่วมฉับพลัน นํ้าป่าไหลหลาก รวมถึงนํ้าล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่
- ปัจจัยการเกิด “มหาอุทกภัย”
- ต้องมีพายุดีเปรสซัน หรือ พายุโซนร้อน พัดผ่านโดยตรง
- ร่องมรสุมมีกําลังแรงจัดและแช่ตัว เป็นเวลานาน
- ฝนตกหนักรุนแรงเป็นบริเวณกว้างอย่างต่อเนื่องยาวนาน
- การเตรียมพร้อมรับมือ คือสิ่งสำคัญ ติดตามสถานการณ์และพยากรณ์อากาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ฝนและน้ำท่วม

ทั้งนี้ นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ เผยว่า กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์ “มหาอุทกภัยใน 120 ชั่วโมงข้างหน้า” ซึ่งสร้างความสนใจและความกังวลในหมู่ประชาชน พร้อมชี้แจงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 23 – 27 กันยายน 2569 ตามข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา
รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงว่า ในช่วงดังกล่าวประเทศไทยมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่งจริง จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ร่องมรสุม และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น แต่ข้อมูลที่ระบุว่าจะเกิด “มหาอุทกภัย” หรือมีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืนนั้น

ไม่สอดคล้องกับข้อมูลพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังคือฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่เสี่ยง
ทั้งนี้ ช่วงวันที่ 23 – 27 กันยายน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่อื่น ๆ ตามแนวร่องมรสุมยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก
















