วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ผ่านไปแล้วกว่า 50% ที่สเตเดียม วัน โดยนายชัชชาติ เปิดเผยว่า แม้ว่าจะประกาศผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ แต่ตอนนี้นับเกิน 50% ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงทั้งที่โหวตให้และไม่โหวตให้ ตนเองไม่ได้รู้สึกว่ามีชัยชนะอะไร เพราะผู้ว่าฯ คนต่อไปงานหนักมาก ภารกิจข้างหน้าเป็นภารกิจที่สำคัญบอกทีมงานเสมอว่า ถ้าได้หนนี้ งานจะหนักกว่าคราวที่แล้ว เพราะประชาชนมีความคาดหวังกับเราเยอะ สถานการณ์ของโลก เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว งานที่ทำต้องตั้งใจทำหนักขึ้นกว่า 4 ปีที่แล้ววันหยุดและเทศกาล
“เราสัญญาว่าเราจะรับใช้ทุกคน ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือกเรา เราต้องไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ที่ผ่านมาก็พยามทำเต็มที่ คิดว่าต้องทำต่อไปอย่างเต็มที่เหมือนกัน ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนกรุณาไปออกคะแนนเสียงให้ เป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย”
ทั้งนี้หาก กกต.ประกาศผล ตนเองจะนำ 260 แผนมาเป็นแผนยุทธศาสตร์ จัดลำดับความสำคัญและทำแผน 100 วันว่าจะทำอะไรบ้าง ที่แน่ ๆ คือจะทำสิ่งที่ยากก่อนเพราะสิ่งที่ยากใช้เวลาดำเนินการนาน ต้องเอาสิ่งที่ยากมาไว้ตอนต้นโดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย ส่วนสิ่งที่ประชาชนกังวลเรื่องช่วงเลือกตั้ง เช่น ความโปร่งใส ทุจริตคอรัปชั่นต้องทำต่ออย่างเข้มข้น เราจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อเชื่อว่า 4 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ละเลย และจะทำให้เข้มข้นต่อไป นี่คือพันธสัญญาที่เราให้ไว้กับประชาชนเวลาและปฏิทิน
ผลคะแนนสุดท้ายคนต้องรอจาก กกต.แต่ขณะนี้คะแนนเรานำอยู่ สิ่งที่ดีใจ แม้ไม่แน่ใจว่าคนมาออกเสียงมากแค่ไหน แต่หากดูเปอร์เซ็นต์ก็สูงกว่าการเลือกตั้งหนก่อนที่ได้ 51% แต่หนนี้น่าจะได้อยู่ 64% เชื่อว่าแนวโน้มน่าจะดีขึ้น ขอขอบคุณทีมงานทุกคน ที่มายืนอยู่ทุกวันนี้ได้ไม่ใช่ตัวคนเดียว แต่มาจากทีมงานทีมชัชชาติ และสื่อมวลชนที่ช่วยสื่อสารนโยบายเพราะเป็นการทำงานร่วมกันเป็นทีม เชื่อว่า กทม.จะเดินหน้าได้เพราะพวกเราทุกคน ไม่ใช่เฉพาะ “ชัชชาติ” หรือคนบางส่วน ทุกคนต้องจับมือกันและเดินหน้าไป เมืองเราไม่แพ้เมืองไหนในโลก
“4 ปีจะทำให้ดูว่ากรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองที่ขึ้นมาอยู่ชั้นนำ และสามารถแข่งขันกับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกได้”
นายชัชชาติ ยอมรับว่าตื่นเต้นแม้จะเป็นการเลือกตั้งครั้งที่สอง แต่ครั้งนี้มาด้วยความยำเกรง ไม่ใช่ชัยชนะ แต่เป็นคำสั่งจากประชาชน รู้ว่างานต้องหนัก วันนี้ไม่ใช่เวลาเฉลิมฉลองแต่เป็นเวลาที่ต้องเตรียมตัวคิดให้ถี่ถ้วนว่าอะไรต้องทำให้เข้มข้นต่อไป แต่อนุญาตให้ทีมงานฉลองได้คืนนี้คืนเดียว โดยพรุ่งนี้ต้องคิดยุทธศาสตร์ให้ชัดเพื่อวินาทีแรกที่เราไปทำงาน ทุกคนจะได้รู้เป้าหมายร่วมกัน และสามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้ทรัพยากรด้านภาษา
เราเป็นคนที่อยู่มา 4 ปี มีจุดอ่อนที่ให้คนโจมตีเยอะเป็นเรื่องธรรมดา เราก็ชี้แจงตรง ๆ ขอบคุณที่เข้าใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนเข้าใจ ผลโพลความนิยมก็ขึ้นตลอด แม้จะมีกระแสอะไร ขอขอบคุณที่ประชาชนไว้ใจ จะทำตัวให้ดีขึ้น ทำทีมให้ดีขึ้น เพื่อกำจัดข้อกังขาทั้งหมดและสร้างความไว้วางใจ
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า 4 ปีที่อยากเห็นคือ อยากเห็นคุณภาพชีวิต การศึกษา สิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพของเมืองที่ดีขึ้น อนาคตต้องดึงการลงทุนและนักธุรกิจเข้ามา เพราะเมืองคือตลาดแรงงาน หากเศรษฐกิจโตขึ้นได้ ชีวิตก็จะดีขึ้น เมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความโปร่งใส ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการพัฒนาเมือง คนก็จะมีความสุข ดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม
อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือ อยากจะถ่ายทอดนโยบายมาเป็นแผนยุทธศาสตร์ให้ได้ เพราะต้องนำคน กทม. อีก 80,000 คน ที่เป็นเจ้าหน้าที่พนักงาน ดังนั้นพรุ่งนี้จะนัดทีมงานว่าสิ่งที่เราเสนอนโยบายจะเปลี่ยนเป็นแพลนอย่างไร มี KPI อย่างไร หาก กกต.รับรองผล ทุกคนจะได้มีเป้าหมาย สำคัญที่สุดต้องมีแผนยุทธศาสตร์ที่จะนำไปสู่การปฎิบัติการ แต่ละสำนักแต่ละเขตมีอย่างไร มีแผนงานอย่างไรบ้าง เพราะกลยุทธ์เป็นเรื่องที่ทำให้สี่ปีผ่านไปได้ 100 วันแรกจะต้องทำกลยุทธ์ให้ชัดเจน
ส่วนทีมงานก็คงอยู่กันหมด แต่ตำแหน่งอาจจะไม่เหมือนเดิม แล้วแต่ว่าใครเหมาะสมอะไร เพราะทุกคนที่มาทำไม่ได้หวังตำแหน่งต้องดูความเหมาะสม รวมถึงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ เชื่อว่าทุกคนไม่มีปัญหา เพราะ “เราไม่ได้หวังอำนาจวาสนา หวังแค่เอาปัญญามาแก้ไข หวังแค่จะมาช่วยกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น” ไม่ได้ติดในตำแหน่ง
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า 4 ปีต่อไปไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมาถูกยกบาร์ขึ้นมาแล้ว เน้นกับทีมงานว่าประชาชนให้เราขนาดนี้ก็ต้องตอบแทน อย่าให้เขาเสียความไว้วางใจ ต้องรีบทำงานให้หนัก “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” ต้องเป็นคีย์เวิร์ด ใช้เทคโนโลยีให้ทำน้อยได้ผลลัพธ์เยอะ หลักการบริหาร กทม.ต้องคิดให้ละเอียด ใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุดแต่ได้ผลประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด
”4 ปีไม่ง่ายเป็นเรื่องที่หนักใจ เพราะประชาชนมีความคาดหวังกับทีมเยอะ คงต้องทำงานให้หนักยิ่งขึ้นเป็น 3-4 เท่า“
นายชัชชาติ กล่าวว่า 4 ปีแรกมีคนบอกว่าทำงานทำไมไม่ประชาสัมพันธ์ คนไม่รู้ว่ามีผลงาน ตนเองจึงบอกทีมงานว่าไม่ต้องกังวลเพราะหน้าที่เราคือทำให้ประชาชนรู้สึกว่าชีวิตเขาดีขึ้น ไม่ได้ดีขึ้นด้วยการที่เราประชาสัมพันธ์ หากวันนี้ชนะเลือกตั้งไม่ใช่ชนะเพราะประชาสัมพันธ์ แต่เขาเห็นและรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้น
ขณะที่ระบอบอากง ขอยืนยันว่าไม่มี เชื่อว่าประชาชนไม่ได้ให้ความสำคัญกับระบอบอากง หากประชาชนยังมีข้อสงสัยก็จะต้องทำให้ชัดเจน เชื่อว่าเป็นวาทกรรมที่คนสร้างขึ้นมา เราไม่เคยมีระบบนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากจะฝากอะไรไปถึงคนที่ไม่เลือกตนเองหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า คนที่ไม่ได้เลือกตนเอง เราจะรับใช้ทุกคนเหมือนกันเพราะทุกคนคือประชาชนคนกรุงเทพฯ คนที่ไม่เลือกเรา หากเราวิเคราะห์ได้มากขึ้นถึงเหตุผล จะพยามค้นหา ไม่ได้หวังคะแนนเสียง แต่หากมีจุดที่ต้องปรับปรุงตัวก็จะทำเพื่อดูแลเขา





















