Home บันเทิง คดีพลิก! ที่ดินสามี บุ๋ม ปนัดดา ไม่ได้อยู่ในพื้นที่กรมป่าไม้

คดีพลิก! ที่ดินสามี บุ๋ม ปนัดดา ไม่ได้อยู่ในพื้นที่กรมป่าไม้

7

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับที่ดินของ ก๊อต อธิป สามีของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี โดยระบุว่า หลังทราบข่าวจากสื่อมวลชนและกระแสในสังคมออนไลน์ ได้มอบหมายให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะของที่ดินดังกล่าวมีความชัดเจน

นายสุชาติยืนยันว่า ที่ดินแปลงแรกซึ่งมีการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นพื้นที่ป่าไม้ ไม่ได้อยู่ในเขตป่าไม้ภายใต้การดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่เป็นที่ราชพัสดุที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว และอยู่ในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของกรมธนารักษ์และหน่วยงานที่ขอใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวที่จะดำเนินการบริหารจัดการต่อไป

ส่วนข้อสงสัยว่าที่ดินแปลงนี้อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกรมป่าไม้หรือไม่นั้น นายสุชาติย้ำว่า ที่ดินดังกล่าวไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของกรมป่าไม้ โดยการลงพื้นที่ตรวจสอบมีเป้าหมายเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและคลี่คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคม

นายสุชาติยังกล่าวถึงแนวทางการตรวจสอบที่ดินลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่น ๆ ว่า ปัจจุบันพื้นที่ประมาณ 60-70 ล้านไร่ที่อยู่ในความดูแล มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เข้ามาดูแลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรที่ดินให้ประชาชนใช้เป็นที่อยู่อาศัยและทำกิน โดยรัฐบาลพยายามผลักดันการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าและข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้อนุมัติงบประมาณสำหรับจัดทำคู่มือที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้แก่ประชาชนประมาณ 1 ล้านกว่าราย เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาคนบุกรุกป่าและป่าบุกรุกคนให้ได้ข้อยุติ โดยคาดว่าจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนที่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อุทยานแห่งชาติ

นายสุชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดการสถานะที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมายยังมีความสำคัญต่อภาคการเกษตรและการส่งออกผลไม้ของไทย เนื่องจากมีกฎหมายกำหนดให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของผลผลิตว่าได้มาจากพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายทรัพยากรธรรมชาติหรือไม่ หากตรวจพบว่าผลผลิตมาจากพื้นที่ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะไม่สามารถนำไปขึ้นทะเบียนเพื่อส่งออกได้

ทั้งนี้ การตรวจสอบและจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินจึงเป็นอีกแนวทางสำคัญในการสร้างความชัดเจนด้านสิทธิในที่ดินให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการป้องกันการบุกรุกและรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน