สุวรรณภูมิ แจงผลตรวจสอบกรณี “เบ้นพาไป” พบกระเป๋าโหลดใต้เครื่องถูกเปิดรื้อค้น ยืนยันไม่พบเจ้าหน้าที่สนามบินเปิดตรวจ พร้อมแนะประสานสายการบินตรวจสอบข้อเท็จจริง
จากกรณี อิฟลูชื่อดัง เบ้นพาไป – Benz pa pai Journey ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ระบุว่า
สรุปเหตุการณ์นะคะ เราบินจากสุวรรณภูมิไปฉงชิ่ง ประเทศจีน แล้วพบว่ากระเป๋าโหลดใต้เครื่องถูกเปิดตรวจค่ะ
ของไม่ได้หาย แต่ถูกค้นแล้วยัดกลับเข้าไปแบบไม่เป็นระเบียบ ถุงใส่ชุดชั้นในก็ถูกรื้อออกมาและไม่ได้ใส่กลับให้เหมือนเดิม ซึ่งเป็นของใช้ส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยด้วยค่ะ
ส่วนใบแจ้งการตรวจค้นสีขาว จากที่เราเห็น ผู้โดยสารที่โดนตรวจไม่มีใครได้รับเลย และสำหรับคนที่สงสัยว่าเปิดล็อกรหัสได้ยังไง เจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์ที่ใช้เปิดล็อกได้ค่ะ
ขอแชร์ไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่กำลังจะเดินทาง อย่าลืมระวังเรื่องการจัดเก็บของใช้ส่วนตัวในกระเป๋าโหลดใต้เครื่องนะคะ
ล่าสุด ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โพสต์ข้อความชี้แจงกับกรณีดังกล่าว ระบุว่า
📢 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจงผลตรวจสอบกรณีผู้โดยสารร้องเรียนสัมภาระถูกรื้อค้น ยืนยันไม่พบ
การเปิดตรวจโดยเจ้าหน้าที่ตรวจค้นของสนามบิน พร้อมย้ำมาตรการตรวจค้นสัมภาระมุ่งเน้นความปลอดภัยและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
📌 ตามที่เพจเฟซบุ๊ก “เบ้นพาไป-Benz pa pai Journey” ได้เผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เกี่ยวกับกรณีสัมภาระเดินทางมีร่องรอยการเปิดและรื้อค้น โดยมีข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับมาตรการใหม่
ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถเปิดตรวจสัมภาระโดยไม่มีเจ้าของสัมภาระอยู่ด้วยนั้น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ให้ความสำคัญกับข้อร้องเรียนดังกล่าว และเร่งประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ร้องเรียนเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
🔎 จากข้อมูลที่ได้รับ พบว่าผู้ร้องเรียนเดินทางกับสายการบินไห่หนานแอร์ไลน์ (Hainan Airlines)
เที่ยวบิน HU 424 เส้นทาง ทสภ. – ฉงชิ่ง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ทสภ. จึงได้ตรวจสอบข้อมูลจากระบบตรวจสอบสัมภาระ บันทึกการปฏิบัติงาน และภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
พบว่า สัมภาระใบดังกล่าวผ่านกระบวนการตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัย โดยระบบไม่พบวัตถุต้องห้ามหรือวัตถุที่เป็นอันตรายต่ออากาศยาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องดำเนินการตรวจค้นเพิ่มเติม และสัมภาระได้ถูกลำเลียง
ผ่านระบบอัตโนมัติไปยังพื้นที่คัดแยกสัมภาระ (Make-up Unit) ตามขั้นตอนปกติ โดยผลการตรวจสอบ
ในส่วนที่เกี่ยวข้องไม่พบว่ามีการเปิดตรวจสัมภาระใบดังกล่าวโดยเจ้าหน้าที่ของ ทสภ.
🛡️ ทสภ. ขอเรียนชี้แจงว่า การเปิดตรวจสัมภาระเพิ่มเติมจะดำเนินการเฉพาะกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย
ตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนด้านการรักษาความปลอดภัยการบินที่กำหนด มิใช่การเปิดตรวจสัมภาระทุกใบ
เป็นการทั่วไป ส่วนขั้นตอนการลำเลียง คัดแยก และขนถ่ายสัมภาระ (Baggage Handling) อยู่ในความรับผิดชอบและการดูแลของสายการบินและผู้ให้บริการภาคพื้น (Ground Handler) ที่สายการบินจัดจ้าง
📋 เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างครบถ้วนและรอบด้าน ทสภ. ได้แนะนำให้ผู้ร้องเรียน
แจ้งสายการบินเพื่อประสานการตรวจสอบกับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสามารถแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบต่อไป
⚠️ ทั้งนี้ ทสภ. พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างเหมาะสม โดยขอสร้างความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียน (Checked Baggage) ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่า มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยการบิน โดยอนุญาตให้เปิดตรวจสัมภาระโดยไม่มีผู้โดยสารหรือเจ้าของสัมภาระอยู่ด้วยได้ภายใต้เงื่อนไขและขั้นตอนที่กำหนด ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัยการบินในระดับสากล
🎥 ในการดำเนินการเปิดตรวจสัมภาระ ทสภ. มีมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการปฏิบัติงาน โดยมีการบันทึกภาพระหว่างการเปิดตรวจไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ รวมทั้งจัดให้มีเอกสาร
แจ้งการตรวจค้นสัมภาระ (Notice of Baggage Inspection) ไว้ภายในกระเป๋า เพื่อให้ผู้โดยสารทราบว่าสัมภาระ
ของตนผ่านการเปิดตรวจตามมาตรการรักษาความปลอดภัย จึงขอความร่วมมือผู้โดยสารตรวจสอบสัมภาระ
ก่อนเดินทาง และปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับสิ่งของที่ห้ามนำใส่ในสัมภาระลงทะเบียน รวมถึงแนะนำให้เก็บสิ่งของมีค่า เอกสารสำคัญ และสิ่งของจำเป็นไว้ในสัมภาระติดตัวตามข้อกำหนดของสายการบิน ตลอดจนเลือกใช้อุปกรณ์ล็อกสัมภาระที่เหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบสัมภาระเป็นไปอย่างราบรื่นและการเดินทางมีความปลอดภัย
🤝 ทสภ. ยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในการเดินทาง ควบคู่กับการดูแลสิทธิและทรัพย์สินของผู้โดยสาร โดยพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อร้องเรียน ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิด
การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม















