เพื่อนสนิทของ “โปเต้” ออกมาเล่าเรื่องราวตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีที่รู้จักกัน เผยเคยเชื่อว่าเป็นหมอจริง กระทั่งได้พูดคุยกับแม่ของโปเต้
จากกรณี “โปเต้ นักจะแกง” ที่ตกเป็นประเด็นร้อน หลังปรากฏตัวในรายการโหนกระแสเพื่อชี้แจงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ “เวฟ” ผู้เสียหาย ซึ่งมีปัญหาความรักและข้อพิพาทเรื่องเงินหมั้น ก่อนที่เพจดังและชาวเน็ตจะออกมาเปิดเผยข้อมูล พร้อมตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการแอบอ้างและหลอกลวง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 หลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำรายการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้เชิญตัวโปเต้ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ โดยมีเพื่อนสนิทเดินทางตามไปด้วย พร้อมเปิดเผยเรื่องราวที่เคยพบเจอตลอดระยะเวลาที่รู้จักกัน
เพื่อนคนดังกล่าวเล่าว่า รู้จักกับโปเต้มานานกว่าหนึ่งปี โดยช่วงแรกโปเต้เคยว่าจ้างให้ตนขับรถให้ แต่ปัจจุบันไม่ได้ใช้บริการแล้ว ตอนที่รู้จักกันใหม่ ๆ โปเต้แนะนำตัวว่าเป็นแพทย์และรับงานตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งตนเองเรียนจบสายแพทย์มาเช่นกัน เมื่อได้พูดคุยกันจึงพบว่าโปเต้มีความรู้ด้านการแพทย์อยู่พอสมควร ทำให้เชื่อว่าอีกฝ่ายเรียนจบแพทย์จริงและรับงานขึ้นเวรตามโรงพยาบาล โดยไม่ได้ประจำอยู่ที่ใดแห่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป เพื่อนเริ่มรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่โปเต้เล่าให้ฟัง แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเรื่องใดเป็นความจริง จนกระทั่งภายหลังได้ติดตามข่าวและพบว่าหลายเรื่องดูเหมือนจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

เพื่อนยังเปิดเผยอีกว่า เมื่อโปเต้ประสบปัญหาหรือมีคดีความ มักจะโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือให้ไปประกันตัว โดยตลอดระยะเวลาที่รู้จักกัน ทราบว่าโปเต้เคยมีคดีมาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งล่าสุดยังโทรมาบอกว่ามีปัญหาเกี่ยวกับสารเสพติดที่ สน.พหลโยธิน พร้อมขอให้ช่วยหาเงิน แต่ครั้งนั้นตนไม่ได้เดินทางไปช่วยเหลือ
สำหรับเรื่องการขอยืมเงิน เพื่อนของโปเต้เล่าว่า อีกฝ่ายเคยขอยืมเงินจำนวนประมาณ 50,000 บาท แต่ตนปฏิเสธไป เนื่องจากไม่มีเงินเหลือแล้ว หลังจากนั้นโปเต้จึงบอกให้ตนไปนำโทรศัพท์มือถือที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไว้จากสถานีตำรวจออกมา แล้วนำไปจำนำเพื่อนำเงินมาใช้ประกันตัว
อย่างไรก็ตาม เพื่อนประเมินว่าโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวน่าจะจำนำได้เพียงประมาณ 20,000 กว่าบาท ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการประกันตัว โดยเข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเกี่ยวข้องกับคดีสารเสพติดในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่โปเต้เคยบอกกับตนว่า ผลตรวจไม่พบสารเสพติด และเป็นเพียงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น

อีกหนึ่งประเด็นที่เพื่อนของโปเต้เปิดเผย คือเรื่องครอบครัว โดยระบุว่าตนเคยมีโอกาสพูดคุยกับแม่ของโปเต้ ซึ่งได้เตือนว่าอย่าเชื่อทุกอย่างที่ลูกชายพูด ทำให้ตนรู้สึกตกใจ เพราะข้อมูลบางอย่างไม่ตรงกับเรื่องที่โปเต้เคยเล่าให้ฟัง
เพื่อนจึงสอบถามแม่ของโปเต้โดยตรงว่า แท้จริงแล้วลูกชายประกอบอาชีพอะไร ซึ่งแม่ตอบกลับในทำนองว่า ตนเองมีความรู้ก็น่าจะทราบอยู่แล้วว่าโปเต้ไม่ได้เป็นหมอ
หลังจากพูดคุยกับแม่ จึงเริ่มเข้าใจว่าเรื่องราวที่โปเต้เคยเล่าอาจไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาชีพแพทย์ หรือเรื่องการมีแม่เลี้ยงฐานะร่ำรวยคอยอุปการะ ส่งเสียเรียนต่อต่างประเทศ ซื้อคอนโดมิเนียมย่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงซื้อรถยนต์ให้
เมื่อสอบถามแม่ของโปเต้เกี่ยวกับเรื่องแม่เลี้ยงโดยตรง ก็ได้รับคำยืนยันว่าไม่มีแม่เลี้ยงตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างโปเต้กับแม่ เพื่อนระบุว่าทั้งคู่ยังคงพูดคุยกันอยู่ แต่แม่รู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมบางอย่าง ขณะที่เรื่องพี่น้องนั้นตนไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด แต่จากที่เคยฟังแม่เล่า เข้าใจว่าแม่ไม่ได้ตัดขาดจากลูกตั้งแต่วัยเด็ก เพียงแต่เคยปล่อยให้ไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง
เมื่อถูกถามว่า หลังจากทราบเรื่องราวต่าง ๆ แล้ว เหตุใดจึงยังคงเป็นเพื่อนและเดินทางมาในวันที่โปเต้ถูกตำรวจเชิญตัว เพื่อนคนดังกล่าวชี้แจงว่า หลังจากรู้ความจริงก็ยังอยากติดตามดูว่าโปเต้จะทำอะไรต่อไป และจะมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่
เจ้าตัวยืนยันว่า ตนไม่ได้รับความเสียหายและไม่เคยถูกโปเต้หลอก โดยมองว่าตัวเองผ่านประสบการณ์ถูกหลอกมาหลายครั้งจนมีภูมิคุ้มกัน อีกทั้งเชื่อว่าตนสามารถมองออกว่าโปเต้เป็นคนอย่างไร จึงเลือกติดตามเรื่องราวต่อไปด้วยความอยากรู้ว่าเหตุการณ์จะดำเนินไปในทิศทางใด

















