Home ทั่วไทย เอาแล้วไง! สั่งเด้งด่วน ผอ.ศบส.5 เซ่นปมโสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม

เอาแล้วไง! สั่งเด้งด่วน ผอ.ศบส.5 เซ่นปมโสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม

20

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงคำสั่งย้ายผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 ไปปฏิบัติงานที่ส่วนกลาง ระหว่างรอผลสอบข้อเท็จจริงกรณี โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมกำชับให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ระบุว่า มีผลทันที! ย้าย ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณี “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” กาญจนบุรี

จากกรณีที่เกิดขึ้นที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผมได้กำชับให้สบส. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับประชาชนอย่างเร่งด่วน

ล่าสุด สบส. มีคำสั่งให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 ย้ายไปที่ส่วนกลาง ที่กรมสนับสนุนฯ ระหว่างรอการสอบสวนฯ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

หากผลการตรวจสอบพบการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีละเว้น

ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน ต้องมาก่อนเสมอครับ

ขณะที่กรณี โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม ก่อนหน้านี้ นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ออกคำสั่งปิดศูนย์พักพิงดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นการทันที หลังตรวจพบการกระทำผิดหลายประการ ซึ่งเข้าข่ายตามมาตรา 28 ที่สามารถประกาศปิดสถานที่ได้ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน หลังมีคำสั่งดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้สูงอายุออกจากศูนย์ทันที

ด้านนายฑรัท เหลืองสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ผู้ที่พักอยู่ภายในศูนย์ดังกล่าวจะต้องย้ายออกทั้งหมด ภายหลังเจ้าหน้าที่ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 นำคำสั่งปิดสถานประกอบการไปแจ้งให้เจ้าของศูนย์รับทราบ โดยญาติได้เดินทางมารับผู้สูงอายุและผู้ป่วยกลับไปจำนวน 29 ราย

ส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีได้จัดรถตู้จากโรงพยาบาลใกล้เคียง เพื่อเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุและผู้ป่วยไปเข้ารับการดูแลต่อยังโรงพยาบาลและหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย โรงพยาบาลศรีธัญญา จำนวน 22 ราย สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา จำนวน 9 ราย สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ จำนวน 25 ราย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 5 ราย และโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 จำนวน 2 ราย รวมทั้งสิ้น 92 ราย

ระหว่างการเคลื่อนย้าย มีเจ้าหน้าที่พยาบาล ตำรวจ และอาสารักษาดินแดน (อส.) คอยดูแลและอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งประสานงานกับญาติและแจ้งให้ผู้ป่วยทราบว่าจะถูกนำไปพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยมีแพทย์และพยาบาลเป็นผู้ดูแล