เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคำสั่งกรมการปกครองให้ นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่น ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา และกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์
นายอนุทินกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นผู้สั่งย้าย โดยชี้ไปยัง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง พร้อมระบุว่า ผู้ดำเนินการเรื่องนี้คือ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย
นายกรัฐมนตรีอธิบายว่า ในช่วงที่หลายจังหวัดอยู่ระหว่างรับมือสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดใดที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย จะต้องมีผู้บัญชาการสถานการณ์ตามกฎหมาย โดยในระดับจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ มีอำนาจกำกับและสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรายงานผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในพื้นที่ได้
สำหรับกรณี จ.ปราจีนบุรี นายอนุทินระบุว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้ย้ายนายอำเภอบ้านสร้างออกจากพื้นที่ ขณะที่อธิบดีกรมการปกครองได้พิจารณาตามสถานการณ์และดำเนินการตามขั้นตอน โดยย้ำว่าในภาวะภัยพิบัติฉุกเฉินไม่สามารถเสียเวลาไปตั้งคณะกรรมการสอบสวนก่อนทุกเรื่อง เพราะภารกิจสำคัญคือการบูรณาการกำลังเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ได้มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุผลที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอให้ย้าย หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ก็จะไม่ให้บุคคลดังกล่าวกลับไปดำรงตำแหน่งเดิม
ทั้งนี้ นายอนุทินเปิดเผยว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ทราบในช่วงเช้าวันเดียวกัน โดยระบุว่านายเสฏฐวุฒิปฏิบัติหน้าที่อยู่ในตำแหน่งเดิมมาประมาณ 5 ปี และตามวาระควรมีการโยกย้ายตั้งแต่ปีก่อนแล้ว การสับเปลี่ยนตำแหน่งไปยังอำเภออื่นจึงไม่ได้ทำให้เสียสถานะ เนื่องจากยังคงเป็นนักบริหารระดับสูงเช่นเดิม
เมื่อถูกถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่า อธิบดีกรมการปกครองควรออกมาชี้แจงหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในขอบเขตอำนาจของอธิบดีกรมการปกครองและปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้ลงนาม ไม่จำเป็นต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และถือเป็นเรื่องภายใต้การกำกับดูแลของฝ่ายข้าราชการประจำกระทรวงมหาดไทย
ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านระบุว่านายอำเภอบ้านสร้างลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มีข้อมูลอีกด้านเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนต้องให้น้ำหนักกับข้อมูลจากผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากเป็นหนังสือราชการอย่างเป็นทางการ และสอดคล้องกับข้อมูลจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย
นายอนุทินยังย้ำว่า ขณะนี้ไม่ควรเสียเวลาไปกับประเด็นดังกล่าว เพราะภารกิจสำคัญคือการเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา และนครนายก ซึ่งยังมีบางพื้นที่ได้รับผลกระทบ พร้อมระบุว่า การระดมความช่วยเหลือได้ถูกจัดสรรไปยังจุดที่จำเป็นแล้ว และผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่
นายกรัฐมนตรีเปรียบเทียบการบริหารสถานการณ์ว่า ถ้าแม่ทัพบอกขุนพลคนนี้ใช้ไม่ได้ ก็ต้องเชื่อแม่ทัพ โดยเห็นว่าการทำงานในภาวะภัยพิบัติต้องให้อำนาจผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับกรณี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าการย้ายนายอำเภอบ้านสร้างไม่เหมาะสม นายอนุทินกล่าวว่า นายสุทธิพงษ์แสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชน เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยมาแล้วประมาณ 2 ปี จึงเป็นสิทธิที่จะมีความคิดเห็น แต่รัฐบาลไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องดังกล่าว โดยพิจารณาจากการปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นหลัก
นายอนุทินย้ำว่า น้ำหนักสำคัญอยู่ที่ผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นผู้เสนอให้เปลี่ยนตัวนายอำเภอบ้านสร้าง โดยกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.บ้านสร้างว่า ขณะที่หลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่พื้นที่ดังกล่าวยังมีน้ำท่วมสูง จึงต้องเร่งจัดการปัญหาโดยไม่รอช้า พร้อมปฏิเสธกระแสว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือเป็นการกลั่นแกล้ง โดยระบุว่า ไม่มีประเด็นการเมือง ไม่มีการกลั่นแกล้ง ผมจะไปกลั่นแกล้งอะไรระดับนายอำเภอ ทำไปผมได้อะไร
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า จ.ปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ที่ตนคุ้นเคย และ สส. พรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 เขตสามารถชนะการเลือกตั้งได้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องใช้อำนาจไปกลั่นแกล้งบุคคลใด แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือช่วยเหลือประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมชื่นชมการทำงานของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีและผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเต็มที่
เมื่อถามย้ำว่า นายกรัฐมนตรีมั่นใจหรือไม่ว่าข้อมูลที่ใช้ประกอบการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมได้รับการตรวจสอบอย่างรอบด้านแล้ว นายอนุทินย้ำว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ และเมื่อแม่ทัพในพื้นที่รายงานว่าบุคลากรรายหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ ก็จำเป็นต้องให้น้ำหนักกับการตัดสินใจดังกล่าว
ทั้งนี้ นายอนุทินย้ำอีกว่า การโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลงโทษ นายเสฏฐวุฒิยังคงดำรงตำแหน่งนายอำเภอ เพียงแต่มีการสับเปลี่ยนไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อื่นตามการพิจารณาของปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมขอไม่ให้หยิบยกเหตุการณ์ในอดีตมาเชื่อมโยง เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องในอดีตไม่ได้มีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบัน

















