ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตา สำหรับกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “สส.ไอเดียร์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย แจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ โรม ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังอภิปรายพาดพิงถึงสามีและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ โดย น.ส.สุชาดายืนยันว่า สามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ขณะที่นายรังสิมันต์ระบุว่า เตรียมเชิญทั้งสองคนเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 7 ตุลาคมนี้


วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นบิดาของ น.ส.สุชาดา ที่สวนน้ำแม่ฟุ้ง อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยนายสัมฤทธิ์เปิดเผยว่า ไม่ได้กังวลกับกระแสการตรวจสอบ เพราะเมื่อบุตรสาวเข้าสู่เส้นทางการเมือง ย่อมต้องยอมรับการเป็นบุคคลสาธารณะและพร้อมถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะประเด็นบัญชีทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท
นายสัมฤทธิ์ระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากบุตรสาว สามีประกอบธุรกิจอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งมีระบบตรวจสอบการดำเนินธุรกิจอย่างเข้มงวด ส่วนตัวไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายรายละเอียดทางธุรกิจ แต่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจสตาร์ตอัป และสามีได้ยืนยันกับครอบครัวว่าทรัพย์สินที่มีได้มาโดยสุจริตและสามารถตรวจสอบได้
ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ นายสัมฤทธิ์มองว่าเป็นสิทธิของบุตรสาว เนื่องจากถูกพาดพิงถึงสามีในประเด็นที่มีความร้ายแรง พร้อมระบุว่า การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เป็นกระบวนการตามกฎหมายอยู่แล้ว และหากมีข้อสงสัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบที่มาและรายละเอียดได้ โดยควรพิจารณาจากเอกสารและข้อเท็จจริง

ขณะที่กรณีคณะกรรมาธิการเตรียมเชิญ น.ส.สุชาดาและสามีเข้าชี้แจง นายสัมฤทธิ์เห็นว่า ต้องพิจารณาขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการให้ชัดเจน โดยเฉพาะการเชิญบุคคลภายนอกเข้าชี้แจง หากไม่มีอำนาจตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าไม่ได้ต้องการให้บุตรสาวหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ หากเป็นการเรียกจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น ป.ป.ช. หรือหน่วยงานตรวจสอบอื่น ก็พร้อมให้ความร่วมมือ
นายสัมฤทธิ์กล่าวด้วยว่า เมื่อประเด็นดังกล่าวกลายเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ น.ส.สุชาดาควรชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ และเชื่อว่าการตรวจสอบผ่านเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคมต่อไป
















