จากกรณีมีรายงานข่าว “แอร์สาวไทย” ถูกเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรและตำรวจออสเตรเลีย ตรวจพบยาเสพติดประเภทเฮโรอีน ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าจำนวนหนึ่ง ที่อยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง จึงตรวจยึดและจับกุมเพื่อดำเนินการสอบสวน

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 69 เวลาประมาณ 15.30 น. ผู้บังคับบัญชานำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อม จนท.พฐ. นำหมายศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขที่ 139/69 ลง 4 ก.ค.69 เข้าค้นห้องพักใน ต.กะมัง จ.พระนครศรีอยุธยา และอีกหลายจุดที่ นายอุทัย คนร้ายนำของไปทำลายทิ้ง โดยพบพยานหลักฐานสำคัญหลายรายการ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพบสารเสพติดชนิดเฮโรอีนจึงได้ตรวจสอบเก็บข้อมูลหลักฐานทั้งพยานวัตถุและนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด และนำตัว นายอุทัย ส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดต่อไป
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวว่า ปฏิบัติการไล่ล่าในครั้งนี้ เป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของ จนท.ตำรวจที่รับผิดชอบด้านยาเสพติด ที่ประสานงานกันได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาและแกะรอยเครือข่ายยาเสพติดนี้ เป็นอีกหนึ่งปฏิบัติการที่สามารถทำลายกลุ่มซุกซ่อนยาเสพติดเพื่อเตรียมส่งออกไปยังประเทศที่สามได้

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รอง ผอ.ศอ.ปส.บช.น. กล่าวว่า นายอุทัยรับว่าเป็นคนไปรับยาเสพติด ที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่งใส่ถุงพลาสติกสีดำด้านในบรรจุกระเป๋าช้าง สี่ตัว จำนวน 12 ใบ และสองตัวจำนวน 6 ใบ ซึ่งด้านในบรรจุยาเสพติด ได้รับค่าจ้างจำนวน 60,000 บาท จากนั้นได้นำยาเสพติดมาแพ็ค ติดตามออเดอร์ที่ได้รับการสั่งมา โดยใส่ในกล่องพัสดุจำนวน 2 กล่อง เพื่อรอนำไปส่งตามที่เค้าส่งที่อยู่มาให้
โดยเมื่อวันที่ 22 ได้เรียกรถยี่ห้อโตโยต้า Yaris ไปส่ที่กรุงเทพมหานคร ซอยเสือใหญ่และแถวบางนา โดยวันดังกล่าวใส่เสื้อฮู้ด สีน้ำเงิน ใส่แว่น ใส่รองเท้าแตะถุงเท้าสีขาว เมื่อนำไปวางเสร็จได้กลับขึ้นรถ และเดินทางมาที่หอพักในเมืองอยุธยา เมื่อข่าวออกว่าแอร์ถูกจับกุมที่ออสเตรเลีย จึงได้หลบหนี

ทางด้านเพจดัง ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ เผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า
“นายอุทัย” รับสารภาพรู้ตั้งแต่แรกว่าของในกระเป๋าเป็นยาเสพติด รับค่าจ้างเที่ยวละ 60,000 บาท ทำมาแล้ว 3 ครั้ง โดยรับคำสั่งผ่านไลน์จากผู้ใช้นามแฝง “รินริน” หรือ “โรส” หลังทราบข่าวแอร์สาวถูกจับที่ออสเตรเลีย เจ้าตัวยอมรับว่าได้นำเฮโรอีนที่เหลือเททิ้งลงชักโครก พร้อมตัดทำลายกระเป๋าเพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนกล่าวกับสื่อระหว่างถูกคุมตัวว่า “ขอโทษแอร์ด้วยครับ ขอโทษน้องจริงๆ ครับ”

















