ออกมาเปิดใจเคลียร์หลายประเด็น สำหรับ ดีเจแมน พัฒนพล หลังอดีตภรรยาอย่าง ใบเตย อาร์สยาม ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานะความสัมพันธ์และเรื่องราวความรักครั้งใหม่ รวมถึงประเด็นคลิปวิดีโอที่กำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ ตลอดจนแนวทางการกอบกู้ครอบครัวในอนาคต
ดีเจแมนชี้แจงถึงคลิปที่พูดว่า “ก็ลองดูแล้วกัน” ซึ่งถูกนำไปตีความว่าอาจสื่อถึงผู้หญิงบางคน โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงสุภาพสตรี และขอโทษหากทำให้ใครเกิดความตกใจ พร้อมอธิบายว่า สิ่งที่พูดออกไปเป็นเพียงความรู้สึกของคนเป็นพ่อที่ต้องการปกป้องลูกสาว โดยเฉพาะเมื่อมีประเด็นเกี่ยวกับพ่อเลี้ยงหรือบุคคลใหม่เข้ามาในชีวิตลูก เพราะมองว่าไม่มีใครรักลูกได้เท่ากับพ่อแม่
ส่วนกรณีที่ใบเตยให้สัมภาษณ์ในลักษณะว่า พักคนเก่า ดีเจแมนระบุว่า ทั้งสองคนรู้ดีที่สุดว่ากำลังทำอะไรอยู่ พร้อมยอมรับว่าบางครั้งกระแสข่าวอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะเมื่อก่อนหน้านี้มีการนำเรื่องความสัมพันธ์ของใบเตยไปเชื่อมโยงกับดาราอีกคน อย่างไรก็ตาม หากถามถึงโอกาสที่ความสัมพันธ์จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ เจ้าตัวย้ำว่ายังคงต้องรอดูสถานการณ์ แต่หากสุดท้ายอีกฝ่ายไม่กลับมา ก็พร้อมเดินหน้าต่อ

สำหรับเรื่องการ ง้อ ใบเตย ดีเจแมนอธิบายว่า ความสัมพันธ์ที่ดำเนินมายาวนานถึง 17 ปี ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการพยายามทำให้อีกฝ่ายกลับมารักกันเหมือนเดิม แต่เป็นการมองในมุมของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะการดูแลลูกและครอบครัว ซึ่งสิ่งที่ยังไม่สามารถปล่อยวางได้คือเรื่องความยุติธรรม เนื่องจากใบเตยยังมีความกังวลทุกครั้งที่เจ้าตัวออกมาพูดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านสื่อ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล
ดีเจแมนจึงยืนยันว่า หากมีเรื่องใดเกิดขึ้นจากการที่ตนออกมาเปิดเผยความจริง ก็ขอให้เป็นเรื่องของตนเพียงคนเดียว และไม่ต้องการให้กระทบถึงลูกหรืออดีตภรรยา
ขณะเดียวกัน ดีเจแมนยอมรับว่าไม่เคยทราบล่วงหน้าว่าใบเตยจะออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่าเมื่อเห็นข่าวก็รู้สึกตกใจ เพราะใบเตยเป็นคนที่หากตัดสินใจทำอะไรแล้วมักจะลงมือทันที แม้จะไม่ได้โกรธ แต่ยอมรับว่าเสียความรู้สึกทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ พร้อมฝากให้อีกฝ่ายใจเย็นและคิดให้รอบคอบก่อนพูดหรือทำอะไร ขณะเดียวกันก็ย้ำว่าชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อไป
ส่วนกระแสความคิดเห็นของชาวโซเชียลที่มองว่า ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่ ดีเจแมนตอบว่า หากวันหนึ่งความสัมพันธ์ไม่สามารถพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็จำเป็นต้องดำเนินชีวิตต่อไป แต่ไม่ได้เร่งรีบที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ เพราะตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เจ้าตัวต้องเผชิญกับเรื่องราวมากมาย รวมถึงการไม่ได้พบลูกสาว น้องเวทมนต์ เป็นเวลานานถึง 1 ปี 7 เดือน 17 วัน เนื่องจากต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ
ทั้งนี้ เจ้าตัวยอมรับว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาถือเป็นประสบการณ์ที่หนักหนาสำหรับชีวิต แต่ปัจจุบันทุกวินาทีมุ่งไปที่การดูแลลูกสาว และมีความสุขกับการได้ทำหน้าที่พ่อ
สำหรับการติดต่อกับใบเตย ดีเจแมนระบุว่ายังคงพูดคุยกันอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูก เช่น วันที่ลูกสาวไม่สบายก็ยังโทรศัพท์พูดคุยกันตามปกติ ส่วนเรื่องที่ใบเตยอาจกำลังพูดคุยกับใครอยู่หรือไม่นั้น เจ้าตัวยอมรับว่าไม่ทราบ และไม่ต้องการเข้าไปก้าวก่าย เพราะหากวันหนึ่งต้องพบกับบุคคลดังกล่าวก็พร้อมเผชิญหน้า


อย่างไรก็ตาม ดีเจแมนฝากถึงทุกฝ่ายว่า อยากให้เรื่องราวต่าง ๆ เป็นเรื่องที่พูดคุยกันอย่างเงียบ ๆ มากกว่า เพราะสิ่งที่เจ้าตัวให้ความสำคัญที่สุดคือลูกสาว โดยเฉพาะในวันที่น้องเวทมนต์เริ่มโตขึ้นและสามารถรับรู้ข่าวสารต่าง ๆ ได้แล้ว จึงไม่อยากให้ลูกต้องเกิดความสับสนกับเรื่องราวของผู้ใหญ่
เมื่อถามถึงความตั้งใจในการกอบกู้ครอบครัว ดีเจแมนยืนยันว่า ยังคงทำตามข้อตกลงที่เคยพูดคุยกันไว้กับใบเตย และจะพยายามทำให้สำเร็จ โดยมองภาพของคำว่า ครอบครัว แยกออกจากเรื่องความรัก เพราะท้ายที่สุดแล้ว เชื่อว่าสถาบันครอบครัวยังมีความสำคัญ และต้องการให้ลูกได้รับความรักจากทั้งพ่อและแม่อย่างเต็มที่
ส่วนกรณีที่มีการเสนอขอพาดหัวข่าวว่า ดีเจแมนรอใบเตย เจ้าตัวขอให้หลีกเลี่ยงคำดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า สิ่งที่พูดมาตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้ยังคงเป็นคำตอบเดิม และเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทั้งสองคนต่างรู้กันอยู่เพียงสองคน

















