Home ทั่วไทย ลูกช็อก! แม่เสียชีวิตหลังล้มในห้องน้ำ รพ. เปิดโพสต์สุดท้ายพ้อรอตรวจนาน อึ้ง เจอบุคลากรแพทย์แซะ

ลูกช็อก! แม่เสียชีวิตหลังล้มในห้องน้ำ รพ. เปิดโพสต์สุดท้ายพ้อรอตรวจนาน อึ้ง เจอบุคลากรแพทย์แซะ

37

ลูกชายคาใจ แม่หมดสติในห้องน้ำโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตจากการล้มในห้องน้ำ รพ. ทำเลือดคั่งในสมอง ทั้งที่ใกล้ได้กลับบ้าน
กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ หลังหญิงผู้ป่วยรายหนึ่งเคยโพสต์ระบายถึงการรอรับบริการในโรงพยาบาล ก่อนที่ลูกชายจะเข้ามาแจ้งข่าวเศร้าว่า ผู้เป็นแม่เสียชีวิตแล้ว ภายหลังหมดสติและล้มศีรษะกระแทกพื้นภายในห้องน้ำของโรงพยาบาล

ครอบครัวยังมีคำถามถึงลำดับเหตุการณ์ การดูแลผู้ป่วยในช่วงที่ญาติไม่สามารถอยู่เฝ้า รวมถึงระยะเวลาตั้งแต่พบผู้ป่วยจนถึงการรักษา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดในขณะนี้เป็นคำบอกเล่าจากครอบครัว ขณะที่ยังไม่ปรากฏคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลหรือผลสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โพสต์ระบายหลังรอตรวจ ก่อนลูกชายแจ้งข่าวเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 มีการเผยแพร่เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งโพสต์ข้อความด้วยความไม่พอใจ หลังต้องรอรับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน โดยระบุเป็นภาษาอีสานว่า “ถ้าบ่ตรวจให้กู ให้กูตายอยู่บ้านโลดสู” สื่อความหมายว่า หากไม่ตรวจให้ก็ปล่อยให้กลับไปเสียชีวิตที่บ้าน

ต่อมา ลูกชายของเจ้าของโพสต์ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้ข้อความดังกล่าว พร้อมแจ้งว่าผู้เป็นแม่เสียชีวิตแล้ว จากเหตุหมดสติและล้มภายในห้องน้ำของโรงพยาบาล

ลูกชายเล่าว่า เดิมทีครอบครัวได้รับแจ้งว่า แม่อาจได้ออกจากโรงพยาบาลในวันนั้นหรือวันถัดไป แต่เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาแจ้งว่า ผู้ป่วยหมดสติขณะเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ ศีรษะกระแทกพื้นและเกิดเลือดคั่งในสมอง

ครอบครัวเผยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้พบผู้ป่วย
ตามคำบอกเล่าของลูกชาย เหตุเกิดขึ้นหลังหมดเวลาเยี่ยมญาติ ซึ่งรอบสุดท้ายอยู่ระหว่างเวลา 18.00-20.00 น. ทำให้ขณะเกิดเหตุไม่มีคนในครอบครัวอยู่ช่วยพาผู้ป่วยไปเข้าห้องน้ำ

ครอบครัวอ้างว่าได้สอบถามแพทย์เกี่ยวกับรายละเอียด แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน และไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้พบแม่หลังหมดสติ ระหว่างผู้ป่วยที่พักรักษาตัวอยู่ในตึกเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในช่วงเวลาดังกล่าว

ประเด็นที่ลูกชายยังติดใจคือ เหตุใดแม่จึงไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง และระหว่างที่ลุกออกจากเตียงมีผู้ใดสังเกตเห็นหรือไม่ โดยครอบครัวต้องการทราบลำดับเวลาที่แน่นอน ตั้งแต่ผู้ป่วยออกจากเตียง เกิดเหตุล้ม ถูกพบ จนถึงขั้นตอนการช่วยเหลือ

จากความหวังว่าจะได้ผ่าตัด สู่ข่าวร้ายที่ครอบครัวตั้งตัวไม่ทัน
ลูกชายระบุอีกว่า ช่วงแรกครอบครัวเข้าใจว่าแม่อาจได้รับการผ่าตัด แต่ต่อมากลับไม่ได้ผ่าตัด กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 14.00-15.00 น. มีการย้ายตึกและย้ายห้อง ก่อนที่ครอบครัวจะได้รับแจ้งว่าไม่สามารถช่วยชีวิตได้ เนื่องจากมีเลือดออกในสมองเป็นจำนวนมาก

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความคาใจแก่ครอบครัว เพราะได้รับโทรศัพท์แจ้งเรื่องตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนว่าเหตุเกิดขึ้นจริงเมื่อใด ผู้ป่วยถูกพบนานเพียงใดหลังล้ม และได้รับการรักษาตามลำดับอย่างไร

ลูกชายยอมรับว่า ในช่วงเวลานั้นทุกคนอยู่ในอาการตกใจและสับสน จึงไม่ได้ซักถามรายละเอียดทั้งหมด สิ่งที่ครอบครัวคาดหวังคือการพาแม่กลับบ้านหลังสิ้นสุดการรักษา แต่สุดท้ายกลับต้องรับร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนา

อีกประเด็นร้อน คนแห่วิจารณ์ข้อความเหน็บแนมผู้ป่วย
นอกจากข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ภายในโรงพยาบาลแล้ว เพจเฟซบุ๊ก “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ยังเปิดเผยว่า ก่อนมีข่าวการเสียชีวิต มีผู้นำภาพและข้อความของหญิงรายดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อในกลุ่มออนไลน์ จนเกิดความคิดเห็นในเชิงตำหนิและเหน็บแนมผู้ป่วย

เพจดังกล่าวอ้างว่า บัญชีผู้ใช้บางรายซึ่งแสดงความคิดเห็นอาจเป็นบุคลากรทางการแพทย์ โดยมีข้อความในทำนองว่า หากเจ็บแล้วรอไม่ได้ก็ให้กลับบ้าน โรงพยาบาลรัฐมาตอนไหนก็ต้องรอ หรือหากยังโพสต์เฟซบุ๊กได้ก็แสดงว่าอาการไม่หนักมาก

ถ้อยคำเหล่านี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังครอบครัวแจ้งว่าหญิงรายดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตาม สถานะและอาชีพของผู้แสดงความคิดเห็นแต่ละรายยังควรได้รับการตรวจสอบก่อนสรุปว่าเป็นบุคลากรของโรงพยาบาลใด หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษาผู้เสียชีวิตโดยตรงหรือไม่

ครอบครัวรอคำตอบ ข้อเท็จจริงยังต้องตรวจสอบจากหลายฝ่าย
เรื่องราวนี้มีประเด็นที่จำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งประวัติการรักษา ระดับความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม การประเมินว่าผู้ป่วยสามารถเข้าห้องน้ำด้วยตนเองได้หรือไม่ เวลาที่เกิดเหตุ เวลาที่ถูกพบ ตลอดจนขั้นตอนการส่งตรวจและพิจารณาผ่าตัด

ในอีกด้านหนึ่ง การที่ผู้ป่วยล้มภายในโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ยังไม่เพียงพอให้สรุปโดยอัตโนมัติว่าเกิดจากความประมาทของบุคลากร จำเป็นต้องพิจารณาเวชระเบียน ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกการปฏิบัติงาน และความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญอย่างรอบด้าน

ขณะเดียวกัน ครอบครัวมีสิทธิได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อคลายข้อสงสัยและทำความเข้าใจการรักษาในช่วงสุดท้ายของผู้เสียชีวิต หากมีการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ผลที่ได้ควรถูกสื่อสารอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมต่อทั้งครอบครัวและผู้ปฏิบัติงาน