Home บันเทิง เปิดเกณฑ์เยียวยา พิงกี้-แม่-พี่ชาย หากเป็นแพะคดีดังจริง ๆ

เปิดเกณฑ์เยียวยา พิงกี้-แม่-พี่ชาย หากเป็นแพะคดีดังจริง ๆ

1

จากกรณีศาลอาญามีคำพิพากษาคดีแชร์ Forex-3D ยกฟ้อง น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือ พิงกี้ นักแสดงชื่อดัง นางสรินยา ไชยเดช มารดา และนายกิตติเชษฐ์ หรือสรายุทธ ไชยเดช พี่ชาย ขณะที่ นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร Forex-3D พร้อมพวกรวม 5 ราย ถูกพิพากษาจำคุกคนละ 49,110 ปี และสั่งปรับ 2 บริษัท บริษัทละ 4,911 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

ล่าสุด ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงขั้นตอนหลังศาลมีคำพิพากษาว่า ขณะนี้ต้องรอการพิจารณาของพนักงานอัยการในฐานะโจทก์ก่อนว่า จะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่ เนื่องจากดีเอสไอเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบสำนวนคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ในชั้นสอบสวน ก่อนส่งสำนวนให้อัยการคดีพิเศษดำเนินการต่อ

หากพนักงานอัยการมีความเห็น ไม่อุทธรณ์คดี จะต้องส่งหนังสือสอบถามความเห็นมายังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 34 เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่ หากอธิบดีดีเอสไอเห็นว่าควรอุทธรณ์ คดีจะถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาและมีคำสั่งชี้ขาด

ขณะที่ นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยถึงสิทธิในการขอรับเงินเยียวยาของจำเลยทั้ง 3 รายว่า แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษายกฟ้องโดยเป็นการยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย แต่ยังไม่ถือว่าจำเลยหมดสิทธิในการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินเยียวยาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2559 จะต้องรอให้ คดีถึงที่สุด ก่อน ดังนั้นจึงต้องรอดูว่าพนักงานอัยการจะอุทธรณ์หรือไม่ และหากไม่มีการอุทธรณ์ ต้องรอความเห็นของอธิบดีดีเอสไอในกรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่อุทธรณ์ด้วย

นายธีรยุทธระบุว่า หากมีการอุทธรณ์ ก็ต้องรอผลคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จนคดีถึงที่สุด แต่หากไม่มีการอุทธรณ์และคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยสามารถนำหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด พร้อมสำเนาคำพิพากษาศาลที่ยกฟ้อง ไปประกอบการยื่นคำขอรับเงินเยียวยาได้

ทั้งนี้ การพิจารณาสิทธิไม่ได้ดูเพียงว่าศาลมีคำพิพากษายกฟ้องหรือยกประโยชน์แห่งความสงสัยเท่านั้น แต่คณะกรรมการจะพิจารณารายละเอียดในคำพิพากษาและข้อเท็จจริงของคดีด้วย โดยเฉพาะว่ามีข้อเท็จจริงชัดเจนหรือไม่ว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด และสมควรได้รับการเยียวยาตามกฎหมาย

สำหรับผู้ที่จะมีสิทธิได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย ต้องเป็นจำเลยที่ถูกพนักงานอัยการดำเนินคดี ถูกคุมขังระหว่างการพิจารณา และต่อมาปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด โดยมีการถอนฟ้อง หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด หรือการกระทำนั้นไม่เป็นความผิด

อัตราการช่วยเหลือกรณีจำเลยไม่เสียชีวิต ได้แก่ ค่าทดแทนการถูกคุมขังวันละ 500 บาท ค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 80,000 บาท ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจตามจริงไม่เกิน 50,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในจังหวัดที่ทำงาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี เช่น ค่าทนายความและค่าใช้จ่ายอื่นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ส่วน กรณีเสียชีวิต มีสิทธิได้รับค่าทดแทนไม่เกิน 300,000 บาท รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่น โดยต้องยื่นคำขอภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ศาลสุดท้ายมีคำพิพากษายกฟ้อง