ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อว่า Puk Pick เรื่องราวที่แสนเจ็บปวดที่สุดในชีวิต โดยข้อความระบุว่า #เป็นคืนที่เจ็บปวดใจที่สุดในชีวิต พ่อปวดท้องมากแม่เลยพาไปโรงพยาบาล ตอน 19.00 น. (12 สิงหาคม 69) ไปถึงชักประวัติ พ่อบอกพยาบาลว่าปวดท้องแล้วเหมือนมีอะไรแข็งๆ ที่ท้อง เข้าไปรอในห้องฉุกเฉินรอนานพอสมควร หมอห้องฉุกเฉินเดินมาถามอาการแล้วอัลตราซาวด์

เสร็จแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรบอกแค่ว่าจะฉีดยาแก้ปวดแล้วให้กลับบ้านทั้งๆ ที่พ่ออาการไม่ดี บอกว่าจะฉีดยาปุ๊บหมอก็เดินไป พ่อนอนรอฉีดยา 2 ชั่วโมง เต็มๆ ก็ไม่มีการมาฉีดยาหรือใดๆ แม้แต่ CT ก็ไม่ทำให้ทั้งๆ ที่บอกมีก้อน เวลาผ่านไปจน 22.00 เราเดินออกไปนอกห้องฉุกเฉิน เพื่อไปนั่งเนื่องจากยืนนานปวดขามากเลยให้แม่เข้าไปแทน สักพักแม่โทรออกมาว่าพ่อปวดท้องมากเข้ามาด่วน เราเลยเดินไปถามหมอตรงเค้าเตอร์ห้องฉุกเฉินว่าต้องรออีกนานไหมพ่อไม่ไหวแล้วแกจะช็อกเพราะเจ็บมาก ถามไปปุ๊บพากันเงียบไม่ตอบแล้วมองหน้าแบบไม่พอใจประมาณรำคาญ แล้วตอบว่าเดี๋ยวไปดูให้ (ไม่ได้เดินมาทันทีที่เราบอก) เราเดินกลับไปเตียงที่พ่อนอนพ่อมีอาการเกร็ง อ้วกแตก หน้าซีด เหงื่อแตกเต็มตัว เราตะโกนในห้องฉุกเฉินว่ามาดูคนไข้หน่อยค่ะแกชักแล้ว!! ถึงมาดูแล้วเข็นพ่อเราไปห้องกระจก ใส่ออกซิเจน วัดความดันต่างๆ (ความดันขึ้นมา 200) สูงมาก
พ่อไม่ได้สติแล้วพยายาลออกมาบอกเราว่าจะเอาพ่อไป CT งง ว่า ตั้งแต่มาทำไมไม่ CT เลย ทั้งๆที่นอนปวดนาน 2 ชั่วโมง ถ้าพ่อไม่ชักจะทำไหม CT เสร็จ หมอแจ้งว่าเส้นเลือดในท้องแตกต้องผ่าตัดด่วนให้เราเซ็นเอกสารต่างๆ เราเซ็นยินยอมให้ผ่าเพราะเขาบอกไม่ผ่าพ่อจะไม่รอด เซ็นทุกอย่างเสร็จใส่ท่อช่วยหายใจหมอห้องฉุกเฉินโทรตามหมอเฉพาะทางมาผ่ารอไม่นานหมอเส้นเลือดมาถึงพ่อชีพจรอ่อนมากและถึงขั้นไม่มีชีพจรหมอเฉพาะทางออกมาแจ้งเราว่าต้องปั๊มหัวใจพ่อไม่ไหวไม่มีชีพจร เราก็รอเผื่อพ่อชีพจรกลับมา

สุดท้ายหมอออกมาแจ้งเรากับแม่ว่าพ่อไม่ไหวต้องปล่อยพ่อไป สุดท้ายพ่อก็เสียเราช็อกร้องไห้เป็นลมสติหลุดไปเลย ทำไมไม่ CT ดูตั้งแต่แรกจะได้รู้ทันท่วงทีว่ามีเลือดออกในช่องท้อง ทำไมแค่จะฉีดยาแก้ปวดให้แล้วกลับบ้าน ทำไมให้นอนรอการรักษาถึง 2 ชั่วโมง โดยไม่มีการเดินมาดูอาการคนไข้ว่าอาการดีไหมหรือแย่ลงแค่ไหน ใน 2 ชั่วโมงนั้นถ้าเขาพาพ่อไป CT แล้วพาขึ้นไปผ่าตัดตั้งแต่แรกพ่อน่าจะรอดเพราะพ่อยังมีสติพูดคุย มีใครเคยเจอประสบการณ์แบบเราไหม เราควรทำยังไงเรารับไม่ได้ที่พ่อไปนอนรอความตายในที่ที่มีความหวังอย่างโรงพยาบาล ภาพทุกอย่างในคืนนั้นมันติดตาเรา พ่อนอนเจ็บปวดและมีความหวังว่าอาการปวดจะดีขึ้นแต่กลับต้องกลับบ้านแบบไม่มีลมหายใจเสียใจและทำใจไม่ได้
วันที่ 13 สิงหาคม 69 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ บ้านเชที่ 91 หมู่ 1 บ้านนาโสกน้อย ต.โพนทราย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ซึ่งบรรยากาศเป็นไปโดยความโศกเศร้าทราบชื่อ คือ นายชาม อายุ 63 ปี นางสาว ธัญรัตน์ อายุ 28 ปี เปิดเผยว่า คุณแม่ได้พาคุณพ่อเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมุกดาหาร เมื่อเวลา 18:00 น. (12 สิงหาคม 69) ด้วยอาการปวดท้อง ต่อมาคุณแม่ได้โทรเรียกว่าพ่ออยู่โรงบาล พอไปถึงก็เห็นพ่ออยู่ในห้องฉุกเฉินแล้วระหว่างนั้นคุณพ่อก็มีอาการปวดท้องแล้วก็สีหน้าไม่ค่อยดี

ตนก็ได้พยายามไปตามเจ้าหน้าที่ที่ห้องพักพยาบาลและคุณหมอให้มาดู แต่พอมาดูช่วงแรกก็บอกว่าจะฉีดยาแก้ปวดให้ก็หาย จนเวลาสี่ทุ่มคุณพ่ออาการชักและทรุดหนักจึงเรียกเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลมานำคุณพ่อไปอีกห้อง และให้ตนเข้าไปเซ็นเอกสารยินยอมให้ทำการฉีดยากระตุ้นอะไรซักอย่างโดยบอกว่าคุณพ่อต้องปั๊มหัวใจเพื่อให้คืนชีพมาแล้วนำขึ้นไปผ่าตัด
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ให้ออกจากห้องมาแล้วก็เรียกตนเข้าไปอีกบอกว่าต้องเซ็นชื่อยินยอมให้ผ่าผ่าตัดและฉีดยาอะไรซักอย่างด้วยตนเองสับสนตัวเองก็จำไม่ค่อยได้ เห็นบอกว่าคุณหมอเฉพาะทางจะมาตรวจเนื่องจากคุณพ่อมีเลือดออกในช่องท้องเนื่องจากเส้นเลือดในท้องแตก ต้องได้รับการผ่าตัด สักพักใหญ่คุณหมอก็ได้ออกมาบอกว่าคุณพ่อได้เสียแล้วต้นรู้สึกเสียใจ
อย่างวอนฝากเจ้าหน้าที่ให้ใส่ใจคนไข้ให้ดีกว่านี้ให้ประเมินคนไข้ให้ดีกว่านี้เพื่อจะได้ไม่มีการสูญเสียอีกต่อไปถือว่าเขตของตนให้เป็นบทเรียนอย่ามองว่าเป็นการแค่ปวดท้องธรรมดา

















