ดส.บช.น. เปิดปฏิบัติการล่าตัวไรเดอร์หนุ่มวัย 20 ปี หลังแม่พาลูกสาวนักเรียนวัย 15 ปี เข้าแจ้งความ อ้างถูกพาออกนอกเส้นทาง ก่อนใช้กำลังฉุดเข้าบ้านและล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมข่มขู่ไม่ให้บอกใคร ตำรวจขยายผลพบผู้เสียหายอีกหลายราย เร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งกวดขันปราบปรามอาชญากรรมที่เป็นภัยต่อประชาชน โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับเด็กและสตรี
ต่อมา พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส. และ พ.ต.ท.จักรี นารีผล สว.กก.ดส. นำกำลังตำรวจ กก.ดส.บช.น. เข้าจับกุม นายธนภัทร (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ตามหมายจับในข้อหา “พรากและพาผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี เพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย”
โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณริมถนนสุขสวัสดิ์ เทศบาลเมืองลัดหลวง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา มารดาของเด็กหญิงวัย 15 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังบุตรสาวอ้างว่าถูกชายที่รู้จักกันและทำงานขับรถจักรยานยนต์รับส่งผู้โดยสาร พาออกนอกเส้นทาง ก่อนใช้กำลังพาเข้าไปภายในบ้านพักและล่วงละเมิดทางเพศ
จากคำให้การเบื้องต้น ผู้เสียหายอ้างว่า ในคืนเกิดเหตุได้เดินทางออกไปพบเพื่อน ก่อนตัดสินใจเดินทางกลับบ้านในช่วงกลางดึก และมีชายรุ่นพี่ที่รู้จักกันติดต่อมาอาสาขับรถไปส่ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่รู้จักกันมานานจึงเกิดความไว้วางใจ
ระหว่างเดินทางกลับ ผู้เสียหายอ้างว่า ชายดังกล่าวกลับขับรถเปลี่ยนเส้นทางและพาไปยังบริเวณบ้านพักของตนเอง แม้จะขอให้พากลับบ้าน แต่กลับถูกปฏิเสธและยังคงขับรถต่อไป

เมื่อถึงบ้าน ผู้เสียหายอ้างว่าถูกบังคับให้ลงจากรถและถูกยึดโทรศัพท์มือถือ ก่อนถูกใช้กำลังทำร้ายและพาขึ้นไปภายในบ้าน ขณะที่พยายามขัดขืนและร้องขอความช่วยเหลือ
ผู้เสียหายยังอ้างว่า ถูกข่มขู่ไม่ให้เปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนผู้ต้องหาจะยอมปล่อยตัวและขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งที่บ้านในเวลาต่อมา
หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี หรือ กก.ดส.บช.น. เห็นว่าเป็นคดีที่มีพฤติการณ์ร้ายแรงและอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน จึงเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ
จากการขยายผลของตำรวจยังพบข้อมูลว่า อาจมีผู้เสียหายรายอื่นที่เคยถูกกระทำในลักษณะใกล้เคียงกันอีก โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
แนวทางการสืบสวนเบื้องต้นยังพบว่า ผู้ต้องหามักขับรถจักรยานยนต์รับส่งผู้โดยสารตามพื้นที่ใกล้สถานศึกษา และมีการเรียกเก็บค่าโดยสารในราคาที่ถูกกว่าปกติ ทำให้มีเยาวชน โดยเฉพาะนักเรียนหญิง ใช้บริการ
ผู้เสียหายวัย 15 ปี เปิดเผยถึงเหตุการณ์ว่า หลังเดินทางไปพบเพื่อนและเตรียมกลับบ้านในช่วงกลางดึก ได้ติดต่อชายรุ่นพี่ที่รู้จักกันให้ช่วยขับรถไปส่ง เนื่องจากเชื่อใจและรู้จักกันมานาน
หลังจากชายดังกล่าวไปส่งเพื่อนแล้ว ระหว่างทางกลับบ้าน ผู้เสียหายอ้างว่าขอให้ย้อนกลับไปนำสิ่งของที่เพื่อนลืมไว้ไปคืน ก่อนถูกชักชวนให้เข้าไปที่บ้าน แต่ได้ปฏิเสธเพราะเป็นเวลาดึกและต้องการกลับบ้าน
อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายอ้างว่า ชายดังกล่าวกลับขับรถเข้าไปในซอยบ้านของตนเอง และแม้จะขอลงจากรถก็ไม่ได้รับการตอบสนอง ก่อนถูกพาเข้าไปภายในบ้านและยึดโทรศัพท์มือถือ
ผู้เสียหายอ้างว่าพยายามขอโทรศัพท์คืนและขอกลับบ้าน แต่ถูกใช้กำลังทำร้าย ก่อนถูกพาขึ้นไปบนห้องและถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยพยายามขัดขืนและร้องขอความช่วยเหลือ
ภายหลังผู้เสียหายสามารถขัดขืนจนชายดังกล่าวยอมปล่อยตัว ก่อนพากลับไปส่งที่บ้าน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
แม่เผยลูกขาดการติดต่อ รีบพาแจ้งความ
ด้านมารดาของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า คืนเกิดเหตุสังเกตว่าบุตรสาวขาดการติดต่อผิดปกติ หลังจากทราบว่าลูกเดินทางไปนำสิ่งของไปคืนเพื่อน ซึ่งโดยปกติไม่น่าจะใช้เวลานาน จึงพยายามติดต่อสอบถาม กระทั่งบุตรสาวเดินทางกลับบ้านและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง
เมื่อทราบเรื่องจึงตัดสินใจพาลูกสาวเข้าแจ้งความทันที พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการคุ้มครองเด็กและสตรี เพื่อให้ความช่วยเหลือและดูแลสภาพจิตใจของผู้เสียหาย รวมถึงพาเข้ารับการตรวจร่างกายตามขั้นตอน
มารดาของผู้เสียหายยังระบุว่า ภายหลังนำเรื่องราวออกมาเปิดเผย มีผู้เสียหายอีกรายติดต่อเข้ามาและเดินทางเข้าแจ้งความแล้ว ขณะที่ยังมีผู้ที่อาจได้รับความเสียหายรายอื่นอยู่ในความหวาดกลัวและความอับอาย
จึงอยากเรียกร้องให้ผู้ที่เคยตกเป็นผู้เสียหายในลักษณะเดียวกัน หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ขอให้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแจ้งข้อมูลและดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับเด็กและเยาวชนรายอื่น
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบข้อมูลผู้เสียหายเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นเพียงข้อกล่าวหาตามชั้นจับกุม ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

















