Home ต่างประเทศ ลูกสาวแต่งงานไกลบ้าน ส่งขวดผักกาดดองมาให้แม่ แม่ไม่กล้ากิน พอเปิดดูถึงกับช็อก ร้องไห้รีบแจ้งตำรวจทันที

ลูกสาวแต่งงานไกลบ้าน ส่งขวดผักกาดดองมาให้แม่ แม่ไม่กล้ากิน พอเปิดดูถึงกับช็อก ร้องไห้รีบแจ้งตำรวจทันที

3612

ลูกสาวแต่งงานไกลบ้าน ส่งขวดผักกาดดองมาให้แม่ แม่ไม่กล้ากิน พอเปิดดูถึงกับช็อก ร้องไห้รีบแจ้งตำรวจทันที
ลูกสาวแต่งงานไกลบ้าน ส่งขวดผักกาดดองมาให้แม่ แม่ไม่กล้ากิน พอเปิดดูถึงกับช็อก ร้องไห้รี
ได้รับของขวัญจากลูกสาวที่อยู่ไกล แม่ดีใจมากจนไม่กล้าเปิดกิน เพราะเสียดาย…แต่ไม่รู้เลยว่า ในโหลผักกาดดองนั้น ซ่อน “เบาะแสสำคัญ” ที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

ล่าสุด เว็บไซต์ 163 ได้เผยแพร่เรื่องราวสะเทือนใจของคุณแม่คนหนึ่งที่ลูกสาวแต่งงานไปอยู่ไกลบ้าน สุดท้ายกลับต้องเผชิญจุดจบอันโหดร้าย จนกลายเป็นโศกนาฏกรรม บทแชร์ทั้งน้ำตาของผู้เป็นแม่ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่ง

คุณแม่ชื่อ “ทุ้ยหง็อก” อายุ 60 ปี เล่าว่า เมื่อก่อนเธอและสามีเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับงานมาก หลังแต่งงาน ทั้งคู่มุ่งทำงานหาเงินอย่างหนัก เพราะเชื่อว่า หากมีเงินมาก ครอบครัวก็จะมีความสุข ด้วยเหตุนี้เอง กว่าจะมีลูกก็ต้องรอถึง 5 ปีเต็ม ผ่านการรักษาและพยายามมานาน เธอจึงตั้งครรภ์ได้สำเร็จ

การเกิดมาของลูกสาวชื่อ “ดิ่งดิ่ง” นำความสุขมาให้ทั้งคู่มากจนบรรยายไม่ถูก พวกเขาพยายามทุกอย่างเพื่อรักและดูแลลูกสาวอย่างดีที่สุด ไม่ให้ขาดเหลือสิ่งใด และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ลูกต้องลำบาก

แต่โชคร้าย เมื่อดิ่งดิ่งเรียนถึงชั้นมัธยม สามีของทุ้ยหง็อกกลับเสียชีวิตกะทันหันจากอาการป่วยรุนแรง การสูญเสียเสาหลักทำให้ชีวิตแม่ลูกตกอยู่ในความยากลำบาก ทุ้ยหง็อกไม่อยากให้กระทบการเรียนของลูก และอยากชดเชยความสูญเสียที่ลูกได้รับ เธอจึงย้ายจากบ้านเกิดเข้ามาในเมืองเพื่อทำงานหาเงิน

ช่วงแรกเธอทำงานเป็นพนักงานบริการในโรงแรม ต่อมามีโอกาสหาเงินเพิ่มเมื่อไหร่ เธอก็ไม่เคยปฏิเสธ แม้เงินแต่ละบาทจะได้มาด้วยความเหนื่อยยาก แต่เมื่อเห็นลูกสาวเรียนเก่ง นิสัยดี และประสบความสำเร็จมากมาย เธอก็รู้สึกว่าทุกอย่างคุ้มค่า “ดิ่งดิ่ง” คือแรงผลักดันให้เธอสู้และทำงานหนักขึ้นทุกวัน

หลังดิ่งดิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย เธอได้โอกาสไปศึกษาต่อ/ฝึกงานต่างประเทศ ทุ้ยหง็อกไม่อยากให้ลูกไปไกล แต่ลูกสาวยืนยันไม่อยากพลาดโอกาสนี้ สุดท้ายเธอจำใจต้องยอมปล่อยลูกไป โดยไม่คิดเลยว่า นั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าลูก

ไม่นานหลังจากนั้น เธอทราบว่าดิ่งดิ่งมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ และทั้งคู่ไปจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยระยะทางที่ห่างไกล ทำให้แม่ได้เพียงโทรถามสารทุกข์สุขดิบ หลายครั้งเธออยากบินไปหาลูก แต่ทุกครั้งก็ถูกลูกสาวปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าไกลเกินไป

เธอยังจำได้ว่า ในวันเกิดอายุครบ 60 ปี เธอได้รับของขวัญเซอร์ไพรส์เป็น “โหลผักกาดดอง” ที่ลูกสาวทำเองส่งมาจากต่างประเทศ แม่ทั้งดีใจทั้งซึ้งใจ กอดโหลผักกาดดองไว้แน่น รู้สึกมีค่าเหมือนทองคำ จนทำให้เธอ “เสียดาย” และไม่กล้าเปิดกินอยู่นานหลายเดือน

จนกระทั่งวันหนึ่ง ทุ้ยหง็อกตัดสินใจเปิดโหลผักกาดดอง…แต่กลับต้องช็อก เมื่อพบถุงพลาสติกเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ข้างใน ในนั้นมีเศษกระดาษเขียนข้อความว่า
“แม่…ช่วยหนูด้วย!”

ด้วยความหวาดกลัวอย่างหนัก ทุ้ยหง็อกรีบติดต่อแจ้งตำรวจ พร้อมขอความช่วยเหลือจากคนรู้จักทุกทางเพื่อสืบหาข้อมูลลูกสาวที่อยู่ต่างประเทศ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นข่าวร้ายที่สุด ตำรวจบอกว่า ดิ่งดิ่งเสียชีวิตไปแล้วหลายเดือนก่อนหน้านี้

ผู้เป็นแม่ช็อกจนพูดไม่ออก ทรุดลงต่อหน้าสถานีตำรวจทันที

ตำรวจเปิดเผยผลการสืบสวนว่า สามีของดิ่งดิ่งเป็น “มิจฉาชีพ” หลังแต่งงาน เธอถูกข่มขู่และทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง จนสุดท้ายทนไม่ไหวและตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง โศกนาฏกรรมของลูกสาวทำให้ทุ้ยหง็อกเสียใจและโทษตัวเองไม่จบ เธอร้องไห้และถามตัวเองว่า ทำไมไม่เปิดโหลผักกาดดองให้เร็วขึ้น ทำไมวันนั้นไม่ยืนยันห้ามลูกไปต่างประเทศให้เด็ดขาด จนทำให้ชีวิตลูกต้องพัง

ปัจจุบัน ความหวังเดียวของทุ้ยหง็อกคือทำทุกวิถีทางเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ดิ่งดิ่ง และนำคนร้ายมารับโทษตามกฎหมาย