Home บันเทิง อิงฟ้า วราหะ เปิดใจประเด็นร้อน Saveทับลาน ยันบริสุทธิ์ใจ หลังเกือบถูกนักการเมืองดังฟ้อง

อิงฟ้า วราหะ เปิดใจประเด็นร้อน Saveทับลาน ยันบริสุทธิ์ใจ หลังเกือบถูกนักการเมืองดังฟ้อง

7

จากกรณีที่ “อิงฟ้า วราหะ” ได้ร่วมติดแฮชแท็ก #Saveทับลาน เพื่อเรียกร้องประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม จนเกิดกระแสข่าวลือหนาหูว่า อาจถูกนักการเมืองชื่อดัง “สุชาติ ชมกลิ่น” ฟ้องร้องดำเนินคดี สร้างความตื่นตัวในวงกว้างทั้งในแวดวงบันเทิงและสังคม

ต่อมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีที่ถูกกล่าวถึง ได้ออกมาแสดงความขอโทษต่อนางงามสาว พร้อมชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจผิดกัน และยืนยันว่าตนไม่มีความคิดที่จะฟ้องร้องใคร เนื่องจากมองว่าการทำงานในฐานะนักการเมืองย่อมต้องเปิดรับคำวิพากษ์วิจารณ์ได้

ล่าสุด “อิงฟ้า วราหะ” ได้ออกมาเปิดใจถึงดราม่าที่เกิดขึ้น โดยเธอย้ำชัดเจนว่า การกระทำดังกล่าวเป็นไปเพราะมีเจตนาบริสุทธิ์ ในฐานะของประชาชนคนหนึ่งที่ต้องการแสดงออกถึงความห่วงใยในประเด็นสิ่งแวดล้อม และไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงแต่อย่างใด ตอนแรกเลยที่เราได้เห็นแฮชแท็กนี้เราศึกษาดูก่อน ไม่ใช่ว่าเราเซฟตามๆ กัน เรามีการศึกษา และทำความเข้าใจในสิ่งที่เราเห็น ซึ่งจริงๆ แฮชแท็กนี้มันมีมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมี มีเรื่องราวมาก่อนหน้านี้แล้ว ต่างคนต่างมุมมอง มองไม่เหมือนกัน

เราเองก็รู้สึกว่าเราไม่ได้คาดคิดว่าแฮชแท็กเราจะกระเพื่อมแรงขนาดนี้ พอกระเพื่อนแรงปั๊บเราก็ศึกษาเพิ่มอีก เหมือนมีมุมที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้เราเปิดใจศึกษาดีเทลเข้าไปมากขึ้นๆ ในฐานะที่เราเป็นประชาชนคนนึง พอเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมา ส่วนตัวเราก็ยังยืนยันในเจตนาดีค่ะ เราก็เป็นประชาชนตนหนึ่ง หนูเป็นคนที่เซนซิทีฟเกี่ยวกับเรื่องสัตว์และป่า หลายๆ ข่าวสัตว์บุกรุกชาวบ้านบ้างอะไรบ้าง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่อ่อนไหว บางคนมองมุมมองแล้วแต่คนละเข้าใจ แล้วแต่คนจะแคร์จุดไหนมากกว่า

พอเป็นเรื่องนี้ ตัวฟ้าเห็นแล้วว่าไม่มีใครออกมาเทกแอ็กชั่น เราก็ไม่อยากให้มันเงียบ ฉะนั้นถ้าประชาชนเข้าใจผิด เราว่าหน่วยงานต่างๆ ก็ควรที่จะออกมาอธิบายให้กลุ่มคนนี้เข้าใจ และควรจบลงอย่างดี

ตกใจเกือบโดนนักการเมืองฟ้อง?

“ตอนแรกก็ตกใจ ถ่ายงานอยู่ มีทนายส่งมา เราก็แอบตกใจนะ ว่าฟ้องเราเรื่องอะไร ฟ้องได้ยังไง เพราะสิ่งที่เราโพสต์มันเชิงอนุรักษ์ เราไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวมา เห็นรอชมเห็นว่ามีจะแถลงช่วงบ่าย ก็รอฟัง สุดท้ายก็มีการออกมาบอกว่าข่าวปลอม เราแค่อยากให้ประชาชนได้ข้อมูลในทิศทางเดียวกัน ไม่งั้นมันไม่จบไม่สิ้นหรอกค่ะ เถียงกันไปอยู่อย่างนี้ สิ่งที่เราโพสต์มันก็ไม่ได้มีคำหยาบ ไม่เกิดการใช้คำรุนแรงในโซเชียล ใช้เหตุผล ใช้ข้อเท็จจริงคุยกัน บอกกันดีกว่า”