เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้คุมตัว นายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน อายุ 46 ปี สัญชาติออสเตรเลีย มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยสังหารโหด นางสาวธัญชนก (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ จนเสียชีวิต ภายในห้องพัก ชั้น 15 ของคอนโดย่านจอมเทียนสาย 2 ก่อนนำศพยัดใส่กระเป๋าเดินทาง แล้วไปโยนทิ้งริมทางรถไฟ ย่านซอยเขามะกอก
จากนั้นกลับมาคอนโด รีบเก็บเสื้อผ้า มุ่งตรงไปสนามบินสุวรรณภูมิ หวังหนีกลับประเทศ แต่สุดท้ายไม่รอด ถูกตำรวจสกัดจับไว้ได้คาสนามบิน และถูกศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับเบื้องต้น ในข้อหา พรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 18 ปี จากการปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควร เพื่อการอนาจาร ก่อนจะควบคุมตัวกลับมาสอบสวน ที่ สภ.เมืองพัทยา

ในระหว่างที่พนักงานสอบสวน ทำการสอบปากคำ นายไซมอน เจ้าตัวมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด โดยมีทนายความและล่ามแปลภาษา ร่วมนั่งรับฟังการสอบปากคำในครั้งนี้ด้วย ซึ่งล่าสุด นายไซมอน ยอมจำนนต่อหลักฐาน จากภาพกล้องวงจรปิดนาทีลากกระเป๋าเดินทาง และบรรทุกกระเป๋าเดินทางใส่รถจักรยานยนต์นำศพไปทิ้ง

นายไซมอน ให้การในเบื้องต้นอ้างว่า ช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 25 มิถุนายน ได้ไปเจอกับผู้เสียชีวิต ที่ชายหาดจอมเทียน จากนั้นได้มีการชักชวนกันไปที่ห้องพัก ที่คอนโดของตนเอง (เช่าแบบรายปีไว้) แต่พอขึ้นไปถึงห้อง ผู้เสียชีวิตได้รับโทรศัพท์ ก่อนจะหันมาบอกว่า ไม่สะดวกจะอยู่เป็นเพื่อนแล้ว อีกทั้งเธอมีประจำเดือน จึงขอตัวกลับ และขอค่าเสียเวลา 500 บาท

แต่ในระหว่างที่ตนเองกำลังเอื้อมมือไปเปิด หยิบเงินให้กับผู้เสียชีวิต ปรากฏว่าผู้เสียชีวิตเปลี่ยนใจขอเรียกเงินเพิ่ม ซึ่งตนเองไม่ยอมตกลง จึงเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ในตอนที่มีปากเสียงกัน ไม่รู้ว่าผู้เสียชีวิตไปหยิบมีดมาจากไหน โดยนำอาวุธมีดมาจี้คอตนเอง จนเกิดการยื้อแย่งมีดกันเกิดขึ้น โดยตนเองยอมรับว่า ได้ใช้มือขวาบีบคอ มือซ้ายจับมือของผู้ตายที่กำลังถือมีด ซึ่งในระหว่างที่บีบคอ ผู้เสียชีวิตเกิดแน่นิ่งไป

พอรู้ว่าเด็กสาวเสียชีวิตแล้ว จึงนำศพยัดใส่กระเป๋าเดินทาง แล้วลากไปไว้ในห้องน้ำนานกว่า 1 วันเต็ม สุดท้ายคิดไม่ตกว่าจะต้องทำอย่างไร จึงตัดสินใจนำกระเป๋าใส่ท้ายรถจักรยานยนต์ แล้วนำไปโยนทิ้งริมทางรถไฟดังกล่าว พร้อมทั้งอยากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าตนเองไม่มีเจตนาที่จะลงมือก่อเหตุ และสิ่งที่ทำลงไปเพียงต้องการป้องกันตัวเท่านั้น





















