“ต้าเหนิง กัญญาวีร์” แชร์ประสบการณ์ ป่วยไวรัสตับอักเสบอี ค่าตับพุ่ง 1,400 ต้นเหตุจาก “ผักออร์แกนิก” ล้างไม่สะอาด
ก่อนหน้านี้นักแสดงสาว ต้าเหนิง กัญญาวีร์ ได้เผชิญอาการป่วยหนักจากโรคไวรัสตับอักเสบอี ล่าสุดเธอได้มาเปิดใจในรายการ ที่สุขหัวนอน by SUPALAI EP.3 แชร์อุทาหรณ์เกี่ยวกับสุขภาพ
โดย ต้าเหนิง เล่าว่า ในตอนแรกเธอมีอาการตัวเหลือง แต่เข้าใจผิดว่าเป็นเพราะกินฟักทองมากเกินไป จนกระทั่งเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงร่วมกับมีไข้และหนาวสั่น ตอนนั้นคิดว่าเป็นเพียงอาการปวดประจำเดือนจากโรคประจำตัวเดิม อย่างภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ที่เคยรุนแรงถึงขั้นต้องฉีดมอร์ฟีน
แต่หลังจากออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับไปทำงาน อาการกลับทรุดหนักลง จนทีมงานสังเกตเห็นว่าเธอมีอาการตาลอย ลืมตาไม่ขึ้น ไม่มีสติ และเหนื่อยง่ายผิดปกติ แค่เดินขึ้นบันไดเพียงชั้นเดียวก็หมดแรง สุดท้ายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อแอดมิตด่วนอีกครั้ง
จากการตรวจพบตับโต น้ำท่วมปอดสองข้าง ค่าตับพุ่งไป 1,400 ทั้งที่คนปกติค่าตับจะอยู่แค่ 20-45 ซึ่งโดยปกติคนที่ค่าตับเกิน 1,000 ต้องอยู่ในไอซียูแล้ว อาทิตย์แรกก็เจาะเลือดทุกวันเลย หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ หมอต้องใช้เวลาค้นหาสาเหตุนานเกือบ 2 สัปดาห์ ก่อนจะพบว่าเป็นไวรัสตับอักเสบอี ซึ่งส่งผลให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปเป็นจำนวนมากและอ่อนแรงอย่างหนัก ถือเป็นช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

สำหรับสาเหตุของโรคที่ทำเอาหลายคนตกใจ ซึ่งมันมาจากอาหารไม่สะอาด ส่วนมากจะเป็นผักสด หรือพวกออร์แกนิคที่เราชอบกิน แล้วเรารู้สึกว่ามันสุขภาพดีมากๆ เพราะมันจะไม่ใส่สาร แล้วมันปลูกด้วยมูลสัตว์ อันนี้คือปัจจัยที่สามารถจะทำให้เกิดขึ้นได้
ปัจจุบัน ต้าเหนิงอาการดีขึ้นเป็นลำดับ ผลตรวจล่าสุดค่าตับกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ว่าร่างกายมันต้องใช้เวลาฟื้นฟู เพราะว่ามันเสียกล้ามเนื้อไปเยอะเสีย ทุกอย่างไปเยอะ ทั้งน้ำก็ขึ้นปอดด้วยตอนนั้น เหมือนระบบมันก็ใช้เวลานิดหนึ่ง แต่โรคนี้หายได้ ไม่เป็นมะเร็งตับต่อ

ขอบคุณรายการ ที่สุขหัวนอน by SUPALAI EP.3



















