Home ข่าว ข่าวสังคม เผยเบื้องลึก “พระบุญสิน” อดีตแม่ทัพภาค 2 ประกาศงดรับกิจนิมนต์ตลอดพรรษา

เผยเบื้องลึก “พระบุญสิน” อดีตแม่ทัพภาค 2 ประกาศงดรับกิจนิมนต์ตลอดพรรษา

26

พระบุญสิน โชติปัญโญ” (แม่ทัพกุ้ง อดีตแม่ทัพภาค 2) ประกาศงดรับกิจนิมนต์ภายนอกตลอด 1 พรรษา เพื่อปฏิบัติธรรมและส่งบุญกุศลนี้ไปถึงทหารกล้าชายแดนไทย-กัมพูชา และผู้เสียสละทุกท่านอย่างเต็มที่

ขอกราบอนุโมทนาบุญอุปสมบทกับ พระบุญสิน โชติปัญโญ (แม่ทัพกุ้ง) ด้วยความเคารพยิ่ง ขออานิสงส์แห่งบุญใหญ่นี้ดลบันดาลให้พระคุณเจ้าเจริญด้วยปัญญาญาณ และขอให้ทุกท่านได้รับบุญร่วมกันนะครับ สาธุ สาธุ สาธุ

ละทางโลกสู่ทางธรรม “พระบุญสิน” อดีตแม่ทัพภาค 2 ประกาศงดรับกิจนิมนต์ตลอดพรรษา มุ่งปฏิบัติธรรมส่งบุญถึงทหารกล้าชายแดน

กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความซาบซึ้งใจและอิ่มเอิบใจให้กับเหล่าข้าราชการทหารตลอดจนประชาชนเป็นอย่างมาก เมื่อ “พระบุญสิน โชติปัญโญ” หรือ พลเอก บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ประกาศความตั้งใจแน่วแน่ในการจำพรรษาตลอด 3 เดือนนี้

สละเครื่องแบบสู่อ้อมกอดพระธรรม เผยเบื้องลึก “พระบุญสิน” อดีตแม่ทัพภาค 2 งดรับกิจนิมนต์ มุ่งส่งบุญใหญ่สยบกลิ่นอายสงครามชายแดน

กลายเป็นภาพที่สร้างความอิ่มเอิบใจให้กับคนไทยจำนวนมาก เมื่ออดีตขุนพลผู้เคยคุมกำลังรบแนวหน้าอย่าง “แม่ทัพกุ้ง” พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ได้ตัดสินใจหันหลังให้ทางโลก เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อย่างเรียบง่าย ณ วัดป่าศรีคุณาราม จังหวัดอุดรธานี โดยได้รับฉายาทางธรรมว่า “โชติปัญโญ” (ผู้มีปัญญาอันโชติช่วง)

ไทยมู พระบุญสิน อดีตแม่ทัพภาค 2 ประกาศงดรับกิจนิมนต์ตลอดพรรษา แม่ทัพกุ้ง เพจไทยมู

การครองสมณเพศในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการบวชตามประเพณี แต่พระคุณเจ้ายืนยันความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะใช้เวลาตลอด 1 พรรษาในการจำพรรษา ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญคือ “งดรับกิจนิมนต์ภายนอกทั้งหมด” เพื่ออุทิศบุญกุศลจากการปฏิบัติธรรมขั้นสูงสุดนี้ ให้แก่ดวงวิญญาณของทหารกล้าและประชาชนทุกผู้ทุกนาม ที่ต้องสังเวยชีวิตจากโศกนาฏกรรมความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

สำหรับคนไทย ภาพของอดีตแม่ทัพที่เคยยืนหยัดปกป้องอธิปไตยในพื้นที่สู้รบยังคงติดตา ทว่าในวันนี้ ภาพเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยผ้าเหลืองอันสงบงดงาม เตือนใจให้ระลึกว่า “สงครามมีแต่ความสูญเสีย” และไม่มีใครอยากให้ลูกหลานต้องไปพลีชีพในสมรภูมิอีก

แม้ในปัจจุบันสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมรจะดูนิ่งสงบ แต่ในทางลับ…สัญญาณเตือนภัยบางอย่างเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง เมื่อสำนักข่าวสายทหารชื่อดังออกมาระบุข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่า กัมพูชาเพิ่งได้รับมอบรถถังรุ่นใหม่แกะกล่อง “T-59D” จากประเทศจีนจำนวนกว่า 40 คัน โดยสินค้าล็อตนี้ถูกส่งถึงท่าเรือสีหนุวิลล์เรียบร้อยแล้ว และกำลังถูกเคลื่อนย้ายเข้าประจำการในหน่วยบัญชาการองครักษ์ (BHQ)

รถถังรุ่นนี้ผ่านการอัปเกรดระบบเทคโนโลยีจากจีนให้มีความแม่นยำสูง เกราะหนาขึ้น และระบบยิงเลเซอร์ที่ทันสมัย ซึ่งอาจเหนือกว่ายุทโธปกรณ์บางรุ่นของไทยด้วยซ้ำ นักวิเคราะห์มองว่า นี่อาจเป็นการส่งมอบตามดีลเก่า หรืออาจเป็น “ข้อตกลงพิเศษ” ที่เชื่อมโยงกับการที่ทุนจีนเข้ามาสนับสนุนและเช่าพื้นที่ฐานทัพเรือเรียม ระยะยาว 99 ปี ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของชาติอาเซียนในยุคนี้ที่ต่างเร่งสะสมอาวุธเพื่อ “พึ่งพาตนเอง” ในวันที่โลกไร้ความแน่นอน

แม้ว่าทางโฆษกรัฐบาลไทยจะรีบออกมาหย่าศึกและชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่มีดีลลับหรือการประชุมนอกรอบใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงการทักทายตามมารยาททางการทูตระหว่างรอเปิดงานเท่านั้น”

เผยเบื้องลึก พระบุญสิน อดีตแม่ทัพภาค 2 ประกาศงดรับกิจนิมนต์ตลอดพรรษา

ท้ายที่สุดนี้ การก้าวสู่ร่มกาสาวพัสตร์ของ ‘พระบุญสิน โชติปัญโญ’ ไม่เพียงแต่เป็นภาพอันน่าเลื่อมใสที่ชวนให้คนไทยได้ร่วมอิ่มบุญและอนุโมทนาในปณิธานอันยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง กลิ่นอายความเคลื่อนไหวทางทหารและยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ก็เป็นเครื่องเตือนสติชั้นดีว่า… ท่ามกลางความสงบของสมรภูมิธรรมในวันนี้ ชายแดนทางโลกยังคงเป็นสิ่งที่เราคนไทยจะประมาทหรือละสายตาไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว