ลูกสาว ป.5 หกล้มฟันหน้าหลุด! พ่อแม่ทำสิ่งนี้ทันที ไปถึงโรงพยาบาลหมอยังเอ่ยปากชม “ฉลาดมาก”
เด็กวัยเรียนมักมีความซน ชอบวิ่งเล่นและทำกิจกรรมที่ต้องใช้พละกำลังสูง ความคล่องแคล่วและไม่ระมัดระวังนี้เองที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการกระแทกอย่างรุนแรงจนนำไปสู่การบาดเจ็บในช่องปากได้ง่าย ซึ่ง “ฟันหักหรือฟันหลุด” ถือเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เมื่อเด็กที่เปลี่ยนเป็นฟันแท้แล้วเกิดอุบัติเหตุฟันหลุด ผู้ปกครองหลายคนมักตื่นตระหนก ปล่อยปละละเลย หรือปฐมพยาบาลผิดวิธี ส่งผลให้เด็กต้องสูญเสียฟันแท้ไปตลอดชีวิต และต้องเข้ารับการผ่าตัดฝังรากเทียมที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ รวมทั้งต้องเผชิญกับความไม่สะดวกสบายในการใช้ชีวิตและขัดต่อบุคลิกภาพ
โชคดีที่พ่อแม่ของ “เสี่ยวอัน” (นามสมมุติ) เด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งอาศัยอยู่ในไต้หวัน ไม่ได้ปล่อยปละละเลยเช่นนั้น ด้วยความตั้งสติและนำเคล็ดลับทางการแพทย์มาใช้ได้อย่างทันท่วงที โดยใช้เพียง “นมกล่อง” ที่มีอยู่ในบ้าน พ่อแม่ก็สามารถ “ชุบชีวิต” ฟันหน้าแท้ที่หลุดออกมาทั้งซี่ของลูกสาวได้อย่างปาฏิหาริย์
ชุบชีวิตฟันหน้าให้ฟื้นคืนชีพ… ด้วยนมกล่องเดียว
จากข้อมูลของโรงพยาบาล台北萬芳醫院 (Taipei Wanfang Hospital) ประเทศไต้หวัน ระบุว่า เสี่ยวอันประสบอุบัติเหตุล้มกระแทกอย่างรุนแรงในขณะเล่นซนอยู่ที่บ้าน ส่งผลให้ฟันหน้าแท้หลุดออกมาทั้งซี่ (หลุดออกมาทั้งตัวฟันและรากฟัน) ทันทีที่เกิดเรื่อง พ่อและแม่ของเธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายหรือดุด่าลูก แต่พยายามตั้งสติอย่างที่สุด
พวกเขารีบเก็บฟันซี่นั้นขึ้นมา แล้วตัดสินใจแช่ฟันลงใน “นมกล่องรสกาแฟ” ที่มีติดบ้านอยู่ในตอนนั้นทันที ก่อนจะรีบพาลูกสาวส่งห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์ได้นำฟันแท้ซี่เดิมนั้นกลับไปปลูกถ่ายเข้าสู่ร่องเหงือกเดิมให้แก่เด็กหญิง เนื่องจากฟันได้รับการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เซลล์จึงเข้ากับกระดูกขากรรไกรได้อย่างรวดเร็วและกำลังฟื้นตัวได้ดี
นพ.เซี่ย เฉิงอวี่ (Dr. Hsieh Cheng-yu) ทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาอธิบายว่า เคล็ดลับในการรักษาชีวิตของฟันที่หลุดออกมาคือ “ต้องรักษาความชุ่มชื้นของรากฟันให้ถูกสิ่งแวดล้อมในระหว่างเดินทางมาโรงพยาบาล” มิฉะนั้น ต่อให้คุณจะนำฟันที่สมบูรณ์และสะอาดแค่ไหนมาส่งหมอ มันก็กลายเป็นฟันที่ตายแล้วและใช้การไม่ได้อยู่ดี
คุณแม่ของเด็กหญิงเปิดเผยว่า เธอเคยดูรายการสุขภาพทางโทรทัศน์และจำเคลช์ลับนี้ได้ “ฉันรู้ว่าถ้าใช้นมจืดล้วน ๆ จะดีที่สุด แต่ตอนนั้นสถานการณ์มันฉุกเฉินมาก ในบ้านมีแค่นมรสกาแฟกล่องเดียว โชคดีมากที่ผลลัพธ์ออกมาเรียบร้อยดี”
ทำไมการแช่ฟันใน “นมจืด” ถึงเก็บรักษาเซลล์รากฟันได้ดีที่สุด?
หมอเซี่ยอธิบายว่า เมื่อฟันถูกกระแทกจนหลุดออกจากเบ้าฟัน เซลล์ของเนื้อเยื่อปริทันต์ (Periodontal Ligament Cells) ที่ยึดเกาะอยู่รอบ ๆ รากฟันจะยังคงมีชีวิตอยู่ได้ชั่วคราว หากเซลล์เหล่านี้แห้งและตายไป โอกาสในการปลูกถ่ายฟันกลับคืนสู่เหงือกจะลดลงอย่างมหาศาล และฟันจะเกิดการเน่าเปื่อย
สาเหตุที่แพทย์ชื่นชมว่าพ่อแม่ของเด็กหญิงรายนี้มีไหวพริบดีเยี่ยม เพราะพวกเขารู้จักนำฟันไปแช่ในน้ำนมและมาโรงพยาบาลทันที เนื่องจากนมสดมีคุณสมบัติทางการแพทย์ที่เป็นประโยชน์ดังนี้:
- ค่า pH และแรงดันออสโมติกที่สมดุล: ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) และแรงดันออสโมติกของน้ำนมสด มีความใกล้เคียงกับของเหลวในเนื้อเยื่อของร่างกายมนุษย์มาก จึงช่วยรักษาชีวิตของเซลล์รากฟันไม่ให้ถูกทำลาย
- สภาพแวดล้อมที่สะอาด: นมกล่องที่ผ่านพาสเจอร์ไรส์หรือสเตอริไลส์มีความสะอาดสูง ไม่มีแบคทีเรียอันตรายที่จะเข้าไปโจมตีรากฟันเหมือนกับการปล่อยทิ้งไว้ข้างนอก
ถ้าหากในนาทีฉุกเฉินนั้น ไม่มีนมสด เลยจะทำอย่างไร? หมอเซี่ยแนะนำว่า สามารถใช้ “น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline)” แทนได้ หรือหากหาไม่ได้จริง ๆ สามารถให้เด็ก “อมฟันไว้ในปาก” (กรณีที่เด็กโตพอจะไม่กลืนลงท้อง) เพื่อให้น้ำลายช่วยรักษาความชุ่มชื้น เนื่องจากน้ำลายของมนุษย์ก็เป็นสารคัดหลั่งธรรมชาติที่ช่วยต่ออายุให้เซลล์รากฟันได้เช่นกัน
ข้อควรระวังและขั้นตอนสำคัญเมื่อฟันหลุดกะทันหัน
นอกจากเรื่องการเลือกของเหลวในการแช่ฟันแล้ว แพทย์ยังให้คำแนะนำที่ต้องจำให้ขึ้นใจเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์รากฟันเสียหาย ดังนี้:
- ห้ามห่อฟันด้วยทิชชู่หรือผ้าแห้ง: นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดและทำบ่อยที่สุด ผ้าหรือทิชชู่จะดูดซับความชื้นออกจากรากฟันจนหมด ทำให้เซลล์แห้งตายในเวลาอันรวดเร็ว
- ห้ามล้างฟันด้วยน้ำประปา: น้ำประปามีคลอรีนและแรงดันน้ำที่อาจเข้าไปทำลายระบบเซลล์และเนื้อเยื่ออ่อนรอบ ๆ รากฟันจนเสียหายรุนแรง
- จับเฉพาะตัวฟันเท่านั้น: เวลาเก็บฟันที่ตกพื้น ให้ใช้นิ้วหยิบเฉพาะส่วน “ตัวฟัน” (ส่วนสีขาวที่ใช้เคี้ยว) ห้ามแตะต้องหรือขยับบริเวณรากฟันเด็ดขาด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรค
- เด็กเล็กห้ามใช้วิธีอมฟัน: หากผู้ประสบเหตุเป็นเด็กเล็กมาก ๆ ห้ามใช้วิธีอมฟันไว้ในปากเด็ดขาด เพราะเด็กอาจเผลอกลืนฟันลงท้องหรือหลุดเข้าหลอดลมจนเป็นอันตราย
- ยึดกฎ “30 นาทีทองคำ“: ยิ่งส่งถึงมือหมอเร็วเท่าไหร่ โอกาสรอดของฟันยิ่งสูง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการปลูกฟันกลับคืนคือภายใน 30 นาที และไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมงหลังเกิดอุบัติเหตุ


















