Home ข่าว สุขภาพ ชายวัย 50 ปี ดื่มกาแฟดำทุกวัน พบเป็นไตวายระยะสุดท้าย เตือนอย่าซื้อแบบนี้

ชายวัย 50 ปี ดื่มกาแฟดำทุกวัน พบเป็นไตวายระยะสุดท้าย เตือนอย่าซื้อแบบนี้

294

นพ.หงหย่งเสียง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ชายคนดังกล่าวเป็นผู้ที่ใส่ใจสุขภาพอย่างมาก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และดื่มกาแฟดำเป็นประจำทุกวัน อย่างไรก็ตาม เขามองว่ากาแฟจากร้านสะดวกซื้อมีคุณภาพต่ำ ขณะที่ร้านกาแฟทั่วไปก็มีราคาสูงเกินไป จึงตัดสินใจซื้อเมล็ดกาแฟถุงใหญ่ในช่วงลดราคามาเก็บไว้ชงเอง แม้จะสังเกตเห็นว่าเมล็ดกาแฟเริ่มเปลี่ยนสีไปบ้าง ก็ยังเสียดายและไม่ยอมทิ้ง

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยเริ่มพบความผิดปกติ เช่น ปัสสาวะมีฟองมากและคงอยู่เป็นเวลานาน รวมถึงมีอาการบวมบริเวณข้อเท้า แต่เข้าใจว่าเป็นผลจากการออกกำลังกายอย่างหนัก จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดอาการหน้ามืดล้มลงขณะวิ่ง และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบว่าค่าการกรองของไต (eGFR) ลดลงต่ำกว่า 10 เข้าข่ายภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

เนื่องจากผู้ป่วยไม่มีโรคประจำตัวที่พบบ่อยในผู้ป่วยไตวาย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคเก๊าท์ แพทย์จึงซักประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสัมผัสสารพิษหรือโลหะหนัก ก่อนจะพบว่าสาเหตุสำคัญมาจากการบริโภคเมล็ดกาแฟที่เปลี่ยนสีและถูกเก็บไว้นานภายในบ้าน

Nên uống cà phê đen hay cà phê sữa? - Lê's Path Coffee

นพ.หงหย่งเสียง อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า “การใช้น้ำร้อนต้มกาแฟสามารถฆ่าเชื้อได้” แต่ในความเป็นจริง สารพิษโอคราท็อกซินต้องใช้ความร้อนสูงกว่า 280 องศาเซลเซียสจึงจะถูกทำลาย ขณะที่การชงกาแฟทั่วไปมีอุณหภูมิสูงสุดเพียงประมาณ 100 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่เพียงพอในการกำจัดสารพิษดังกล่าว พร้อมเตือนว่า “นี่ไม่ใช่การประหยัดค่าใช้จ่าย แต่เป็นการนำสุขภาพไตในช่วงบั้นปลายชีวิตไปเสี่ยง”

แพทย์ยังระบุว่า โอคราท็อกซินได้รับการขนานนามในวงการแพทย์ว่าเป็น “ระเบิดเวลาของไต” จากงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Toxins พบว่าสารพิษชนิดนี้มีแนวโน้มสะสมในไตเป็นพิเศษ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำลายไตโดยตรง ก่อให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน และทำลายเยื่อกรองของหน่วยไต เปรียบได้กับเครื่องกรองน้ำที่ถูกปูนอุดตะแกรงกรองจากภายใน

Cách Nhận Biết Và Tránh Mua Phải Cà Phê Rang Xay Kém Chất Lượng – COFFEE CONCEPT

ขณะเดียวกัน เชื้อราที่ผลิตโอคราท็อกซินสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 25 องศาเซลเซียส และความชื้นมากกว่า 18.5% โดยเฉพาะเมื่อความชื้นสัมพัทธ์เกิน 85% จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก ข้อมูลจากวารสาร Journal of Toxicology ยังระบุว่า โอคราท็อกซินมีระยะครึ่งชีวิตในร่างกายนานถึง 35–50 วัน ทำให้สารพิษสามารถสะสมและตกค้างในไตได้เป็นเวลานาน ไม่สามารถขับออกได้รวดเร็วเหมือนอาหารเป็นพิษทั่วไป

แพทย์เตือนว่า สารพิษชนิดนี้ทำลายไตผ่านหลายกลไก ได้แก่

กระตุ้นการอักเสบและการเกิดพังผืดในไต ผ่านกระบวนการตายของเซลล์ที่มีการอักเสบสูง

รบกวนการทำงานของเซลล์ไต ส่งผลให้ประสิทธิภาพการกรองของเสียลดลง

เมื่อสะสมเป็นเวลานาน จะนำไปสู่ความเสียหายเรื้อรังและโรคไตที่ลุกลามอย่างต่อเนื่อง

นพ.หงหย่งเสียง ย้ำว่า อาหารหรือวัตถุดิบที่ขึ้นรา ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ “มีกลิ่นไม่พึงประสงค์” หรือ “ดูไม่น่ารับประทาน” เท่านั้น แต่ยังอาจเป็นภัยเงียบที่ค่อย ๆ ทำลายไตโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่เสื่อมคุณภาพอย่างเด็ดขาด