เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่เพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร น.ส.ออม อายุ 24 ปี เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือ หลังได้รับความเดือดร้อนจากเพื่อนบ้าน มีพฤติกรรมส่งเสียงดังและทุบกำแพงในช่วงกลางดึกอย่างต่อเนื่อง จนกระทบต่อการใช้ชีวิตและการพักผ่อนของคนในครอบครัว

น.ส.ออม เปิดเผยว่า ตนเพิ่งย้ายเข้ามาเช่าทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยคืนแรกหลังขนย้ายของเสร็จในช่วงประมาณตี 4 ได้ยินเสียงคล้ายการทุบกำแพงดังมาจากบ้านข้างเคียง แต่ในตอนนั้นไม่ได้เอะใจ คิดว่าอาจเป็นเสียงที่เกิดจากความวุ่นวายในการย้ายบ้าน
อย่างไรก็ตาม หลังเข้าอยู่อาศัยได้ไม่นาน กลับพบว่าเสียงดังลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนตั้งแต่ประมาณ 21.00 น. ไปจนถึงหลังเที่ยงคืน บางครั้งยาวนานถึงตี 1 ลักษณะเสียงคล้ายมีการใช้ของแข็งหรืออุปกรณ์บางอย่างทุบเข้ากับกำแพง

ผู้เสียหายระบุว่า ภายในบ้านพักอาศัยอยู่รวมกัน 5 คน ได้แก่ ตนเอง สามี ลูกชายวัย 1 ขวบครึ่ง พ่อ และแม่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเสียงดังดังกล่าว โดยเฉพาะลูกเล็กที่มักสะดุ้งตื่นอยู่บ่อยครั้ง
นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติอีกว่า แม่ของตนซึ่งอยู่บ้านตลอดวันไม่เคยได้ยินเสียงดังดังกล่าว แต่เมื่อใดที่ตนกลับมาถึงบ้านในช่วงเย็นหรือค่ำ เสียงทุบกำแพงก็มักจะเกิดขึ้นทันที จนทำให้สงสัยว่าอาจถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ เนื่องจากบ้านข้างเคียงมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด
น.ส.ออม เล่าอีกว่า เคยตะโกนบอกเพื่อนบ้านให้ลดเสียงรบกวนในช่วงดึก เพราะคนในบ้านไม่สามารถพักผ่อนได้ตามปกติ แต่คู่กรณีกลับหยุดเพียงชั่วคราว ก่อนจะกลับมาส่งเสียงดังอีกในเวลาต่อมา

นอกจากปัญหาเรื่องเสียงรบกวนแล้ว ยังเคยเกิดเหตุการณ์ที่ตนกำลังทำอาหารอยู่บริเวณหลังบ้าน ก่อนถูกเพื่อนบ้านสาดน้ำปลาใส่ จนตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบถามเจ้าของบ้านเช่า ทราบว่าไม่เคยมีผู้เช่ารายก่อนร้องเรียนพฤติกรรมลักษณะนี้มาก่อน แต่ทราบว่าบ้านข้างเคียงมีหญิงสูงอายุอาศัยอยู่กับน้องชาย ส่วนสามีและลูกได้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแล้ว ซึ่งตนเองก็ไม่เคยมีปัญหาหรือทะเลาะเบาะแว้งกับอีกฝ่ายมาก่อน
ผู้เสียหายยังอ้างอีกว่า เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะกำลังขับรถออกจากบ้านไปทำงาน ได้พบเพื่อนบ้านขับรถสวนมา ก่อนที่อีกฝ่ายจะลดกระจกลงและชูนิ้วกลางใส่ เหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกภาพไว้ได้จากกล้องวงจรปิด

ตลอดระยะเวลาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา เสียงทุบกำแพงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกือบทุกวัน บางวันอาจเว้นไป 1-2 วัน แต่โดยเฉลี่ยจะเกิดขึ้นวันละ 1-2 ครั้ง สร้างความเครียดและความเดือดร้อนให้กับคนในครอบครัวอย่างมาก
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า หลังรับเรื่องร้องเรียน จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เคยเข้าตรวจสอบหลายครั้งแล้ว แต่คู่กรณีไม่ยอมออกมาพูดคุย
นายเอกภพ ระบุว่า หากคู่กรณียินยอมออกมาพูดคุย ก็พร้อมช่วยเป็นตัวกลางหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่หากยังคงมีพฤติกรรมเดิมและไม่ให้ความร่วมมือ อาจต้องดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายสร้างความเดือดร้อนรำคาญ รวมถึงกรณีสาดน้ำปลาใส่ทรัพย์สินของผู้เสียหาย ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
ทั้งนี้ ยังพบว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้เสียหายเพียงรายเดียว แต่เพื่อนบ้านรายอื่นในละแวกเดียวกันก็ได้รับความเดือดร้อนจากการส่งเสียงดังในช่วงดึกจนถึงตี 2-3 เช่นกัน ส่งผลกระทบต่อการพักผ่อนของคนในชุมชนและเด็กเล็กจำนวนมาก

นายเอกภพมองว่า แม้ผู้เสียหายจะสามารถย้ายออกจากบ้านเช่าได้ แต่การย้ายที่อยู่อาศัยย่อมมีค่าใช้จ่ายและสร้างภาระเพิ่มเติม ดังนั้นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนไม่ควรเป็นฝ่ายต้องย้ายหนี ขณะที่ผู้ก่อเหตุยังคงกระทำพฤติกรรมเดิมต่อไป จึงควรเร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุข




















