Home บันเทิง สไปร์ท SPD-อุงเอิง งัดหลักฐาน โต้กลับ หลังโดนอินฟลูพาดพิงฮุบเงินน้องฟ้าใส

สไปร์ท SPD-อุงเอิง งัดหลักฐาน โต้กลับ หลังโดนอินฟลูพาดพิงฮุบเงินน้องฟ้าใส

6

จากกรณีที่ มีคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นพาดพิงถึง “สไปร์ท SPD” และ “อุงเอิง” เกี่ยวกับการดูแล “น้องฟ้าใส” โดยตั้งคำถามถึงเรื่องเสื้อผ้า โทรศัพท์ และห้องเช่าเดิมของน้อง รวมถึงประเด็นเงินรายได้ที่หลายคนสงสัยว่าหายไปไหน ล่าสุด สไปร์ท SPD และอุงเอิง ได้ออกมาเปิดใจและชี้แจงทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา โดยยืนยันว่าไม่เคยเอาเปรียบน้องฟ้าใส การแบ่งรายได้ทุกอย่างดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส และมีหลักฐานตรวจสอบได้ทุกฝ่าย

สไปร์ทและทีมงานได้เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่น้องฟ้าใสอยู่ในความดูแล มีรายได้เข้ามากว่า 4 แสนกว่าบาท ซึ่งทีมงานได้ทำการแบ่งและมอบสเตทเมนต์ยอดเงินก้อนสุดท้ายให้กับคุณแม่และน้องฟ้าใสไปเรียบร้อยแล้ว และเงินทั้งหมดไม่ได้อยู่ในบัญชีของทีมงานอีกต่อไป ส่วนคำถามที่ว่า “แล้วเงินหายไปไหนหมด?” สไปร์ทกล่าวว่าไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากเงินทั้งหมดได้ถูกโอนไปยังฝั่งครอบครัวของน้องแล้ว โดยมีหลักฐานแชทที่ทีมงานพยายามแนะนำให้คุณแม่แบ่งเงินรายได้เก็บไว้ในบัญชีเพื่อเป็นทุนสำรองให้น้องฟ้าใสในอนาคต แต่คุณแม่กลับตอบว่าจะแบ่งให้เพียง 2,000 บาท

สำหรับข้อสงสัยที่ว่าน้องฟ้าใสมีชื่อเสียงแล้ว แต่ยังคงใส่เสื้อผ้าเดิมและอยู่ห้องเช่าเดิมนั้น อุงเอิงได้ชี้แจงว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาทีมงานตั้งใจดูแลและมอบโอกาสให้น้องอย่างเต็มที่ที่สุดในขอบเขตที่สามารถทำได้ แต่สิ่งที่ทีมงานโฟกัสและอยากมอบให้มากที่สุดคือ “การศึกษา” ซึ่งเป็นความรู้ที่จะอยู่ติดตัวน้องไปตลอดชีวิต แตกต่างจากสิ่งของภายนอก อุงเอิงให้มุมมองว่า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หากให้ไปแล้ววันหนึ่งก็ผ่านไป และหากไม่มีความรู้หรือวิธีการบริหารจัดการเงินที่ดี เงินที่ให้ไปก็อาจจะไม่เหลือ ดังนั้น ในส่วนของการบริหารจัดการเงินเพื่อซื้อของใช้หรือย้ายที่อยู่ หลังจากที่โอนเงินให้ไปแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ทีมงานไม่สามารถก้าวก่ายหรือควบคุมได้

ในประเด็นที่ว่าทีมงานเข้าไปควบคุมชีวิตน้องมากเกินไปหรือไม่ อุงเอิงเคลียร์ชัดว่าไม่เคยควบคุมชีวิตน้องเลย ทุกครั้งที่จะถ่ายคอนเทนต์ จะให้อิสระและถามความสมัครใจก่อนเสมอว่า “อยากทำไหม” แม้แต่เรื่องชีวิตส่วนตัวนอกเวลางาน ก็จะคอยถามไถ่ตลอดว่าอยากทำอะไร หรืออยากไปเที่ยวไหนไหม ส่วนประเด็นการตักเตือนนั้น อุงเอิงอธิบายว่าเป็นการ “สอนและแนะนำเรื่องการวางตัว” เนื่องจากน้องเพิ่งเริ่มมีชื่อเสียง ทีมงานยืนยันว่าสิ่งที่ทำลงไปด้วยความหวังดีในทุกๆ อย่าง

สไปร์ทและอุงเอิงย้ำว่า จุดประสงค์หลักตั้งแต่แรกที่รับน้องมาดูแลคือมีเจตนาจริงใจอยากส่งเสียให้น้องได้เรียนสูงที่สุด และเคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะผลักดันและส่งน้องฟ้าใสให้เรียนจนจบระดับปริญญาตรี ทีมงานพยายามติดตามเรื่องให้คุณแม่ไปดูโรงเรียน แต่มารดาบ่ายเบี่ยงว่าไกลเกินไป และน้องฟ้าใสเองก็เคยทักมาบอกทีมงานว่า “หนูเหนื่อย ไม่ได้เรียนแล้ว” อย่างไรก็ตาม สไปร์ทยืนยันหนักแน่นว่า “ถ้าน้องยังอยากเรียน ก็ยังพร้อมจะส่งและทำตามคำพูดที่เคยสัญญาไว้เหมือนเดิม”

สไปร์ทเปิดใจว่า ตอนแรกเลือกที่จะเงียบมานาน เพราะมองว่าการออกมาโต้ตอบกันไม่มีผลดีกับใครเลย แต่สาเหตุที่ต้องลุกขึ้นมาพูดชี้แจงในครั้งนี้ เนื่องจากเริ่มมี “คำพูดพาดพิง” จากคนที่ไม่รู้เรื่องราวความจริง ซึ่งเริ่มลุกลามจนกระทบต่อชื่อเสียงของสไปร์ทและบริษัท รวมถึงบั่นทอนความรู้สึกของทีมงานทุกคนที่ตั้งใจดูแลน้องอย่างจริงใจ วันนี้จึงต้องออกมาพูดเพื่อปกป้องทีมงาน พร้อมแนบหลักฐานให้สังคมได้รับรู้ หวังว่าเรื่องนี้จะจบเป็นครั้งสุดท้าย และจะไม่ออกมาพูดถึงประเด็นนี้อีกแล้ว