วันที่ 25 พ.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในบ้านพัก ซอยสายลวด 12 หมู่5 ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้ง จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ และมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในห้องนอนพบรอยเลือดกระจายเต็มที่นอน ใกล้กันพบเศษชิ้นเนื้อสมองตกอยู่ ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือ นายเจ๋ง สภาพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณศีรษะ กระสุนทะลุ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการอย่างเร่งด่วน

จากการตรวจสอบในห้องพัก เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนแบลงค์กันดัดแปลงขนาด .380 ตกอยู่ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ ยังพบว่าก่อนเกิดเหตุไม่นาน ผู้บาดเจ็บได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในเชิงตัดพ้อและสั่งลา โดยระบุข้อความว่า ขอโทษทุกคนที่ทำให้ผิดหวังครับ ลาก่อน พร้อมระบุชื่อบุคคลอื่นทิ้งท้าย

จากการสอบถามชาวบ้าน เล่าว่า ตนเองไม่ได้เห็นเหตุการณ์ แต่น้องอีกคนเข้าไปเจอผู้บาดเจ็บที่ยิงตัวเองแล้ว จึงวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ โดยปกติผู้บาดเจ็บนั้นเป็นคนร่าเริง แจ่มใส ปกติดี เมื่อช่วงเช้าก็เจอ ก็ไม่ได้มีอาการที่จะทำร้ายตัวเอง ก็ยังคุยกันสนุกสนานอยู่ ส่วนอาวุธปืนนั้นตนเองไม่ทราบว่า เป็นของผู้บาดเจ็บหรือเปล่า ส่วนที่อาวุธปืนที่เคลื่อนย้ายออกจากที่เกิดเหตุนั้น มาจากน้องที่มาเจอคนแรกตกใจ จึงหยิบปืนมาจะให้ตน แต่ตนไม่รับ เนื่องจากโทรศัพท์อยู่ จึงไม่รู้น้องไปให้ใคร
ด้านคุณแม่เพลิน อายุ 73 ปี แม่ของคนเจ็บ เล่าว่า คนเจ็บนั้นเป็นแข็งแรงปกติดี ไม่มีโรคอะไร แต่นิสัยถ้ามีใครขัดใจมักจะมีพฤติกรรมจะทำร้ายตัวเอง ต้องคอยเดินตามดู ส่วนอาวุธปืนนั้นก็ไม่ทราบว่าเป็นของใคร เนื่องจากตนเองไม่ได้สนใจพวกเขา โดยที่ตนอยู่บ้านเดี่ยวกันแต่อยู่คนละห้อง ส่วนสาเหตุที่ผู้บาดเจ็บนั้นยิงตัวเอง ตนก็ไม่ทราบ ได้ยิงแต่เสียงดัง จะเดินไปดูก็ไม่ได้ เนื่องจากตนเดินไม่ได้ ก็เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนคนที่เจอผู้บาดเจ็บนั้นเป็นหลานตน

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานสาเหตุ คาดว่าผู้บาดเจ็บอาจเกิดอาการน้อยใจมารดาที่บอกให้ปิดเครื่องปรับอากาศ จนเป็นชนวนเหตุให้เกิดความเครียดสะสม ก่อนจะตัดสินใจโพสต์ข้อความสั่งลาลงโซเชียลมีเดีย แล้วใช้อาวุธปืนขนาด .380 จ่อขมับลั่นไกหวังปลิดชีพตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนญาติ และผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป





















