Home ข่าว ข่าวสังคม อุกอาจ! คนร้ายบุกยิง เจ้าอาวาสวัดดัง ร่างพรุน 16 รู พบพิรุธเพียบ

อุกอาจ! คนร้ายบุกยิง เจ้าอาวาสวัดดัง ร่างพรุน 16 รู พบพิรุธเพียบ

10

เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธxืนบุกxิง พระอธิการบุญเลิศ อคปุญโญ เจ้าอาวาสวัดกระโจมทอง ภายในวัดกระโจมทอง หมู่ 3 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จนได้รับบาดเจ็บ ขณะอยู่ภายในกุฏิ โดยหลังเกิดเหตุพระลูกวัดและชาวบ้านได้เร่งช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

พระอธิการบุญเลิศ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ขณะกำลังปฏิบัติศาสนกิจอยู่ภายในกุฏิ ได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใครเปิดประตูเข้ามา ก่อนใช้อาวุธxืนกระหน่ำxิงหลายนัด จนล้มลงได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายได้อาศัยความมืดหลบหนีไป ส่วนอาตมาต้องแข็งใจเดินออกมาบริเวณหน้ากุฏิ เพื่อร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากคนภายในวัด

เบื้องต้นแพทย์ตรวจพบบาดแผลจากกระสุนxืนกระจายตามร่างกายหลายแห่ง ทั้งบริเวณกกหูด้านขวา สะบัก ไหล่ และสะโพกด้านขวา รวมกว่า 16 รู ขณะนี้ยังอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

สำหรับประเด็นชนวนเหตุ พระอธิการบุญเลิศ ระบุว่า ยังนึกไม่ออกว่าเคยมีปัญหาบาดหมางกับผู้ใดมาก่อน เนื่องจากที่ผ่านมาในฐานะเจ้าอาวาส ก็ปฏิบัติหน้าที่อบรมสั่งสอนพระลูกวัดตามปกติ ไม่เคยใช้ความรุนแรงหรือมีปากเสียงกับใคร ส่วนเรื่องเงินทองนั้น ยอมรับว่ามีผู้มาขอยืมเงินอยู่บ้างเป็นครั้งคราว แต่เป็นจำนวนไม่มาก ไม่น่าเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นพยายามเอาชีวิต

ขณะที่บรรยากาศภายในวัดกระโจมทอง หลังเกิดเหตุเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความวิตกกังวล พระลูกวัดรวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกตกใจและสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเจ้าอาวาสเป็นพระนักพัฒนาที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย และเป็นที่เคารพศรัทธาของคนในชุมชน อีกทั้งไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับบุคคลใดมาก่อน ทำให้หลายคนรับไม่ได้กับพฤติกรรมอุกอาจของคนร้าย

ทั้งนี้ ด้านแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมตั้งข้อสังเกตในหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะกรณีสุนัขพันธุ์พิทบูลที่เจ้าอาวาสเลี้ยงไว้บริเวณหน้ากุฏิ กลับไม่มีพฤติกรรมเห่าเตือนในช่วงเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังพบว่ากล้องวงจรปิดทั้งภายในกุฏิและรอบบริเวณวัดอยู่ในสภาพชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบเส้นทางหลบหนีและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป