Home ข่าว ข่าวสังคม สิงคโปร์กักตัว 2 พลเมืองหลังลงจากเรือสำราญ สั่งตรวจหา ไวรัสฮันตา

สิงคโปร์กักตัว 2 พลเมืองหลังลงจากเรือสำราญ สั่งตรวจหา ไวรัสฮันตา

18

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้ากรณีการแพร่ระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส ของบริษัท โอเชียนไวด์ เอ็กซ์พีดิชันส์ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยทางการสิงคโปร์ได้ดำเนินการแยกกักตัวและกำลังตรวจหาเชื้อชายชาวสิงคโปร์ 2 ราย อายุ 67 ปี และ 65 ปี ซึ่งเคยโดยสารอยู่บนเรือลำดังกล่าว

รายงานระบุว่า ชายชาวสิงคโปร์ทั้งสองรายถูกแยกกักตัวที่ศูนย์โรคติดต่อแห่งชาติ โดยรายหนึ่งมีอาการน้ำมูกไหลแต่โดยรวมแล้วแข็งแรงดี ส่วนอีกรายไม่มีอาการใดๆ ทั้งนี้ สำนักงานควบคุมโรคติดต่อของสิงคโปร์ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปในสิงคโปร์ขณะนี้อยู่ในระดับต่ำ หากผลตรวจหาเชื้อไวรัสฮันตาเป็นลบ ชายทั้งสองจะถูกกักตัวเป็นเวลา 30 วัน นับจากวันที่คาดว่าสัมผัสกับเชื้อครั้งล่าสุด แต่หากผลตรวจเป็นบวก จะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวังและรักษาตัวต่อไป

ด้านสถานการณ์โดยรวม องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตจากไวรัสฮันตาแล้ว 3 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยาชาวเนเธอร์แลนด์ 2 ราย และชาวเยอรมนี 1 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยัน 5 ราย และผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีก 3 ราย

หลายประเทศทั่วโลกกำลังเฝ้าติดตามผู้โดยสารบนเรือเอ็มวี ฮอนดิอุส ที่ลงจากเรือก่อนหน้านี้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสฮันตา ผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวได้ลงจากเรือระหว่างเทียบท่าที่เกาะเซนต์เฮเลนา เกาะภูเขาไฟทางตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมาจาก 12 ประเทศ รวมถึงชาวอังกฤษ 7 ราย ชาวอเมริกัน 6 ราย และชาวสิงคโปร์ 2 รายดังกล่าว

สำหรับชายชาวสิงคโปร์ทั้งสองราย ได้ลงจากเรือเอ็มวี ฮอนดิอุส และเดินทางด้วยเที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสฮันตา โดยเดินทางจากเกาะเซนต์เฮเลนาไปยังเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 25 เมษายน ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสฮันตาและเสียชีวิตในแอฟริกาใต้รายดังกล่าว ไม่ได้เดินทางต่อไปยังประเทศสิงคโปร์

ในวันเดียวกัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) ได้แถลงโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ได้จัดประเภทการระบาดของไวรัสฮันตาให้อยู่ในระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของการบังคับใช้ในระบบฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าว