Home ข่าว สุขภาพ อุทาหรณ์สายเบิร์น! นึกว่าเป็นตากุ้งยิง 3 เดือนไม่หาย พีคหมอพบ “หูดหงอนไก่” ขึ้นตา

อุทาหรณ์สายเบิร์น! นึกว่าเป็นตากุ้งยิง 3 เดือนไม่หาย พีคหมอพบ “หูดหงอนไก่” ขึ้นตา

37

หนุ่มนึกว่าเป็นกุ้งยิง 3 เดือนไม่หาย ตรวจพบ “หูดหงอนไก่” ขึ้นที่ตา ก่อนสารภาพกับหมอสุดพีค

ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะเกิดขึ้นเฉพาะที่อวัยวะเพศอาจทำให้หลายคนต้องตกใจ เมื่อจักษุแพทย์ตรวจพบผู้ป่วยชายรายหนึ่งมีก้อนเนื้อผิดปกติที่ดวงตา ซึ่งผลตรวจทางพยาธิวิทยาชี้ชัดว่าเขาติดเชื้อ “หูดหงอนไก่” หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ดอกหงอนไก่” บริเวณดวงตาจากการทำออรัลเซ็กซ์ให้คู่นอน

นพ.หง ฉี่ถิง ประธานบริหารของ Dr. Yang Eye Care Alliance เปิดเผยกรณีศึกษาของคนไข้ชายวัย 34 ปี ที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการมีก้อนนูนคล้าย “ตากุ้งยิง” บริเวณเปลือกตาล่างทั้งสองข้างมานานกว่า 3 เดือน โดยก้อนที่เปลือกตาขวามีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนยาวประมาณ 2 เซนติเมตร และสูง 0.5 เซนติเมตร แม้จะไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่ส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจในการเข้าสังคมอย่างมาก

เผยพฤติกรรมเสี่ยง ทำออรัลเซ็กซ์จนเชื้อลามเข้าตา

จากการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ตรวจนัยน์ตา พบว่าก้อนเนื้อมีลักษณะเป็น “ติ่งเนื้อคล้ายขนกำมะหยี่” และมีเส้นเลือดฝอยแทรกซึม แพทย์จึงทำการจี้ด้วยไฟฟ้าและนำชิ้นเนื้อไปตรวจ จนยืนยันได้ว่าเป็นโรคหูดหงอนไก่

คนไข้ชายรายนี้ยอมรับว่าเขามีคู่นอนหลายคนและไม่ได้สวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง เขาเล่ารายละเอียดว่าเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ได้ทำออรัลเซ็กซ์ให้คู่นอนรายหนึ่ง โดยสังเกตเห็นว่าที่อวัยวะเพศของฝ่ายหญิงมีตุ่มนูนสีแดงอ่อนๆ

แต่เขาคิดว่าเป็นเพียงโรคผิวหนังทั่วไป จึงนำใบหน้าเข้าไปสัมผัสและคลุกคลีกับจุดซ่อนเร้นของฝ่ายหญิงเพื่อทำกิจกรรมทางเพศ ซึ่งภายหลังฝ่ายหญิงถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคหูดหงอนไก่ แม้ปากของเขาจะไม่ติดเชื้อ แต่ดวงตากลับเริ่มมีสิ่งผิดปกติงอกออกมา

ทำไม “ตา” ถึงติดโรคทางเพศสัมพันธ์ได้?

นพ.หง ฉี่ถิง อธิบายว่าโรคหูดหงอนไก่เกิดจากเชื้อไวรัสฮิวแมนปาปิโลมา (HPV) สายพันธุ์ที่ 6 และ 11 ซึ่งติดต่อได้ง่ายมากผ่านทาง “เยื่อบุ” ของร่างกาย ซึ่งบอบบางและติดเชื้อได้ง่ายกว่าผิวหนังปกติ โดยคนไข้รายนี้มีอาการเยื่อบุตาอักเสบเรื้อรังและชอบขยี้ตาเป็นประจำ ทำให้เยื่อบุตามีแผลขนาดเล็ก เมื่อใบหน้าไปสัมผัสกับอวัยวะเพศที่มีเชื้อโดยตรง เชื้อไวรัสจึงเข้าสู่ดวงตาได้ทันที

สถิติระบุว่าหากคู่นอนมีรอยโรคที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าชัดเจน และไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม อัตราการติดเชื้อจะสูงถึง 85% นอกจากนี้ที่น่ากังวลคือ:

ผู้ติดเชื้อประมาณ 75% อาจไม่มีรอยโรคที่มองเห็นได้ชัดเจนในระยะแรก ทำให้แพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว เชื้อไวรัสสามารถแฝงตัวอยู่ในร่างกายได้ แม้รักษาหายแล้วก็อาจกลับมาเป็นซ้ำหากภูมิคุ้มกันต่ำ การตรวจพบหูดหงอนไก่มักพบร่วมกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หนองใน ซิฟิลิส หรือเอชไอวี (HIV)

โชคดีที่คนไข้รายนี้หลังจากรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าแล้วไม่มีการกลับมาเป็นซ้ำ และผลตรวจเลือดหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ยังคงเป็นลบ อย่างไรก็ตาม แพทย์ย้ำเตือนว่าการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย การสวมถุงยางอนามัย และการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV รวมถึงการพาส่วนตัวและคู่รักไปตรวจร่างกายสม่ำเสมอ คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

แหล่งอ้างอิง ETtoday