จากกรณีที่ผู้ปกครองของนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ เพื่อเอาผิดครูผู้สอนรายหนึ่ง ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงระดับครูดีเด่น หลังเรียกลูกชายของตนไปทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง เนื่องจากส่งงานไม่ทัน จนเด็กมีบาดแผลและฟกช้ำทั่วร่างกาย แม้เด็กจะพยายามขอโทษทั้งร้องไห้ และยอมกราบเท้า แต่ครูรายดังกล่าวยังคงลงโทษต่อเนื่อง พร้อมใช้ถ้อยคำรุนแรงในลักษณะข่มขู่และดูหมิ่น โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีการบันทึกเป็นคลิปเสียงไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเรื่องดังกล่าวถูกนำมาเปิดเผยและกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมตามที่ได้รายงานไปนั้น
ล่าสุด วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายเสรี คุณครูผู้ก่อเหตุดังกล่าว ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เด็กคนดังกล่าวอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเด็กมีนิสัยไม่มีความรับผิดชอบ สั่งงานอะไรไปไม่มีผลงานส่งครู ตนยอมรับว่าสิ่งที่ทำไปนั้นรุนแรงเกินกว่าเหตุอันควร แต่ด้วยความปรารถนาดีที่มีต่อเด็ก ต้องการให้เขามีความรับผิดชอบ เพราะเขาอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 ถ้าไม่ส่งงานที่ครูสั่งก็จะไม่มีคะแนน และจะส่งผลกับเขาในการจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไม่มีคะแนนในการต่อชั้นมัธยมได้

แต่ถึงอย่างไร ตนต้องกราบขอโทษตัวเด็ก ผู้ปกครองของเด็ก คุณครู ผู้บริหารโรงเรียนและสังคม ตนยอมรับว่าทำจริง ทำโดยขาดสติ มีพฤติกรรมความรุนแรงทำร้ายเด็ก ด้วยความเป็นครูไม่สามารถที่จะละทิ้งในการสอนนักเรียน นอกจากจะสอนเรื่องความรู้แล้ว ก็ยังจะต้องสอนในเรื่องความมีระเบียบวินัย ในเรื่องของความรับผิดชอบของเด็กในการที่จะเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นผลที่ผมกระทำลงไปโดยขาดสติ ขาดการยั้งคิดจนส่งผลให้สังคมลงโทษในหลาย ๆ ท่านตำหนิมา ซึ่งในครั้งนี้ผมขอน้อมรับความผิดทั้งหมด นายเสรี กล่าว



















