Home บันเทิง เอาแล้วไง! สุรชัย เปิดอีกมุมไม่คาดคิด แม่เจี๊ยบ สารภาพตรงๆ หลังรู้มีลูกคนแรก

เอาแล้วไง! สุรชัย เปิดอีกมุมไม่คาดคิด แม่เจี๊ยบ สารภาพตรงๆ หลังรู้มีลูกคนแรก

919

วันที่ 16 มีนาคม 2569 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง หลังสุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องรุ่นใหญ่ ออกมาเปิดเผยว่าตนได้จดทะเบียนสมรสกับไดอาน่า ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มานานกว่า 40 ปี

ขณะที่ในประเทศไทย สุรชัยเคยใช้ชีวิตคู่กับ แม่เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ ซึ่งเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนทั้งคู่จะหย่าขาดกันเมื่อ 2 ปีก่อน โดยทั้งสองคบหากันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 และมีบุตรด้วยกันทั้งหมด 4 คน ซึ่งก่อนหน้านี้สุรชัยเคยกล่าวถึงลูก ๆ ว่าเป็น ภาระและหน้าที่

ก่อนหน้านี้ แม่เจี๊ยบ พร้อมด้วย ร็อคกี้ ลูกชายคนโต และ ดิ๊ง ลูกสาวคนเล็ก ได้ไปออกรายการคุยแซ่บโชว์ เพื่อเล่าถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภรรยาอีกคนของสุรชัย โดยระบุว่า เมื่อกว่า 20 ปีก่อน เคยมีบุคคลชื่อ Mr. L ส่งอีเมลมาพร้อมหลักฐานว่า สุรชัยเข้าไปเป็นมือที่ 3 ระหว่างเขากับไดอาน่า

นอกจากนี้ยังมีการระบุว่า สุรชัยได้จดทะเบียนสมรสกับไดอาน่า ส่งผลให้ลูกของฝ่ายชายที่เกิดมาใช้นามสกุล สมบัติเจริญ และทำให้ไดอาน่า ซึ่งถูกกล่าวว่าเป็นผู้อพยพชาวเขมร ได้รับสัญชาติอเมริกัน อีกทั้งยังมีข้อมูลว่าเธอเคยมีสามีเป็นชาวเอล ซัลวาดอร์ และมีลูกติดมาก่อน

ต่อมา สุรชัยได้อัดคลิปวิดีโอชี้แจงเพิ่มเติมถึงประเด็นดังกล่าว โดยกล่าวว่า ไม่อยากพูดชื่อสุรบดินทร เรียกว่านายบดินทรแล้วกัน ไม่อยากสบถออกมา ผมถูกเค้าสบถออกมาเยอะเหลือเกิน

สุรชัยยังยอมรับว่า ในวันที่นายบดินทรเกิด ตนมีความเครียดมาก เพราะไม่ต้องการมีพันธะ แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วก็ยอมรับว่า จะใช่ลูกผมหรือไม่ใช่ลูกผม ผมก็ไม่รู้

พร้อมกล่าวถึงอดีตว่า เธอก็ทำงานกลางคืน เธอจะไปไหนมาไหนก็ไม่รู้ อันนี้ไม่ได้กล่าวหานะว่าคุณเป็นผู้หญิงกลางคืน เหมือนที่กล่าวหาไดอาน่าว่าเป็นผู้อพยพ และย้ำว่า ผมไม่ด้อยค่าคุณละกัน เพราะเข้าใจว่าตอนนั้นคุณเป็นไง และผมก็ต้องรับผิดชอบแล้ว

สุรชัยกล่าวอีกว่า บดินทรเกิดปี 25 ตอนนั้นผมเครียด และเมื่อเด็กยังไม่ถึงขวบตนก็เดินทางไปอเมริกา โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าอยากได้กรีนการ์ด พร้อมระบุว่า คือผมอะจะอยากได้ทำไม ผมเคยไปอยู่อังกฤษมา ไปเมืองนอกมา เมืองไทยผมก็อยู่ได้ คือคุณปั้นเรื่องว่าผมบ้า อยากมาอยู่อเมริกา

สุรชัยยังบอกว่า ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตนเดินทางไปกลับสหรัฐอเมริกาอยู่ตลอด และยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กับไดอาน่า โดยระบุว่า ผมก็มีความสัมพันธ์กับคุณไดอาน่า ที่เมืองนอก ก็มีความคิดว่าใช่แหละนะ เรามีความรักกันจริงๆ ไม่ใช่ที่แบบต้องนอนรอ 2 ปี คุณเจี๊ยบต้องรู้ว่าผมเป็นคนยังไง เห็นแก่กิเลสหรือเปล่า ไปถามสังคมรอบข้างผมดูได้

นอกจากนี้ สุรชัยยังเปิดเผยว่า ตนแต่งงานกับไดอาน่าในปี 2528 โดยกล่าวว่า ผมแต่งงานกับไดอาน่าปี 28 คือผมเครียด ผมไม่อยากมีภาระและหน้าที่ แต่เอาเถอะ ก็เกิดลูกคนที่ 2 และคนที่ 3 ห่างไปหลายปีก็มีคนที่ 4 อันนี้คือหน้าที่และภาระที่ผมดูแลมาตลอด

สุรชัยยังเล่าถึงเหตุการณ์ช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ว่า ตอนนั้นคุณเจี๊ยบ นายบดินทร และน้องดิ๊ง ได้ขนของออกจากบ้าน โดยบอกว่าอยู่ไม่ได้ ซึ่งตนตอบไปว่า บ้านใครจะอยู่ งั้นใครจะไปก็ไป ผมไม่ไป พร้อมระบุว่าหลังจากนั้นเป็นเวลากว่า 15 ปีที่อีกฝ่ายไม่เคยกลับมาบ้าน

สุรชัยกล่าวอีกว่า ช่วงเวลานั้นตนใช้ชีวิตอยู่บ้านเพียงลำพัง โดยบอกว่า ส่วนผมก็เหมือนไอ้ควาย นอนดูน้ำขึ้น น้ำลดกับหมา 1 ตัว ผมก็ใช้ชีวิตปกติ ช่างมัน ทำหน้าที่ผู้ชายที่มีหน้าที่และภาระ ก็มีไปมาหาสู่กัน

เกี่ยวกับการเปิดเฟซบุ๊กใหม่กับไดอาน่า สุรชัยระบุว่า ที่ผมทำเฟสบุ๊คใหม่กับคุณไดอาน่า ผมแค่จะอยากเก็บความสุข ไม่เคยบอกใครให้มา Subscribe

สุรชัยยังกล่าวอีกว่า ตนกับแม่เจี๊ยบแยกกันอยู่ตั้งแต่ปี 2554 โดยฝ่ายหญิงไม่กลับมาบ้าน และตนไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเรื่องที่พัก จนภายหลังทราบว่าเป็นชายคนหนึ่งที่ตนเคยฝากเข้าเรียนในฐานะนักเรียนทุนของมหาวิทยาลัย พร้อมกล่าวว่า จะมีเพศสัมพันธ์อะไรผมไม่สนใจหรอก

สุรชัยยังกล่าวว่า คนเราดีเสียอย่างไม่มีชู้หรอก แต่คนมีชู้ เราจะจับยังไงก็จับไม่ได้

ส่วนเรื่องสัญชาติของไดอาน่า สุรชัยยืนยันว่า เธอเป็นคนจีน โดยกล่าวว่า คือคุณไดอาน่าเค้าเป็นคนจีนนะ พ่อเค้าจีน แม่เค้าไทย ถ้าคุณไม่เชื่อ เดี๋ยวผมเอาพาสปอร์ต ไอดีเค้า มาโชว์ให้ดู

พร้อมย้ำว่าตนไม่ได้รับผลกระทบจากการถูกกล่าวหา โดยระบุว่า คนบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะยืนอยู่ได้ คุณมาทำร้าย ทำลายผม ผมไม่เป็นไรหรอก

สุรชัยยังเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตว่า เคยได้รับเชิญไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้ชวนแม่เจี๊ยบเดินทางไปด้วยเพื่อใช้เวลาร่วมกัน แต่เมื่อไปถึงงาน แม่เจี๊ยบบอกว่าจะไปพบพี่ที่ดูแลเธอที่ประเทศอังกฤษ

สุรชัยเล่าว่า ฝ่ายหญิงขออนุญาตไปพบชายคนดังกล่าว ตนจึงอนุญาต แต่เมื่อกลับมาที่ห้องพักกลับได้กลิ่นบางอย่าง จึงกล่าวว่า ผมกลับได้กลิ่นสาปๆ กลิ่นนี้ไม่เคยมีกับคุณเจี๊ยบเลย ผมสังหรณ์ใจว่า เมียมีชู้ปะวะ? แต่ผมก็ชั่งมัน

พร้อมย้ำว่า ผมไม่ได้กล่าวหา ผมแค่คิดซึ่งผมมีสิทธิ์ กลิ่นนั้นมันสาปกว่าปกติ เหมือนไปสัมผัสอะไรมา

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า ตนเคยได้ยินข่าวว่าฝ่ายหญิงมีความสัมพันธ์กับนายตำรวจระดับสูง แต่ตนไม่ต้องการกล่าวหา โดยระบุว่า ผมก็ได้ข่าวมาตลอดว่าคุณเจี๊ยบมีสัมพันธ์สวาทกับนายตำรวจใหญ่ ผมก็ชั่งมัน มีแค่ฟ้าดินที่รู้

รวมทั้งมีแฟนเพลงแจ้งว่าเห็นแม่เจี๊ยบไปทานอาหารกับชายคนหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยสุรชัยกล่าวว่า มีแฟนเพลงผมเห็นอีกว่าคุณเจี๊ยบไปกินข้าวกับผู้ชายอยู่เซ็นทรัลพระราม 2 อันนี้มีหลักฐานนะครับ พยานยังมีชีวิตอยู่

เรียบเรียงโดย มุมข่าว