วันที่ 15 มีนาคม 2569 เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ โกมลเสน พร้อมด้วย ชินา ชินาภา สมบัติเจริญ, ร็อคกี้ สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ, ดิ๊งค์ กมลชนก สมบัติเจริญ และแพตตี้ สิตาภา สมบัติเจริญ อดีตภรรยาและลูกๆ ของสุรชัย สมบัติเจริญ ศิลปินนักร้องชื่อดัง ออกมาเปิดใจพร้อมกันเป็นครั้งแรก ท่ามกลางกระแสดรามาครอบครัวที่เกิดขึ้น หลังการหย่าร้างและการเปิดตัวภรรยาคนใหม่ ซึ่งต่อมามีการโพสต์โต้ตอบกันอย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์ ถึงขั้นมีการไล่ให้ลูกเปลี่ยนนามสกุล

ร็อคกี้ สุรบดินทร์ เปิดเผยว่า ตอนที่มีการโพสต์ข้อความออกมาในครั้งแรก เรื่องราวกลับไม่จบและค่อยๆ บานปลายจนกลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้น ตนจึงหันไปพูดคุยกับแม่และน้องๆ ว่าควรจะจัดการอย่างไร โดยยืนยันว่าทั้งตนและน้องๆ ไม่อยากเห็นพ่อถูกต่อว่าหรือโดนด่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผ่านมาพวกตนเลือกจะอยู่เงียบๆ ใช้ชีวิต ทำงานทำมาหากินตามปกติ แต่เมื่อเรื่องราวลุกลามและเริ่มกระทบต่อสภาพจิตใจของแม่และน้องๆ ตนจึงตัดสินใจออกมาพูด ทั้งที่เป็นเรื่องที่ไม่อยากพูดนัก และตั้งใจว่าจะขอพูดเพียงครั้งเดียวแล้วให้เรื่องจบ

เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับผู้หญิงคนใหม่ ร็อคกี้ สุรบดินทร์ ระบุว่า พวกตนไม่ได้รู้เรื่องมาก่อน เพิ่งทราบไม่นานมานี้ โดยคนที่รับรู้เรื่องมาตลอดคือแม่ ส่วนตัวเขาไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นแล้ว จึงคิดว่าในที่สุดเรื่องก็น่าจะผ่านไปเหมือนทุกครั้ง
ร็อคกี้ สุรบดินทร์ กล่าวต่อว่า เรื่องเดียวที่เคยมีปัญหากระทบกระทั่งกับพ่อ คือกรณีที่ตนไม่ได้ไปงานสีดำและงานเผาของอา เนื่องจากอยู่ดีๆ พ่อบอกว่าไม่ต้องไปและไม่ต้องไปยุ่งเรื่องของเขา ตนจึงรู้สึกงุนงง เพราะในตอนนั้นได้เตรียมรถตู้เอาไว้แล้วเพื่อจะเดินทางไปงาน อีกทั้งลูกของอาที่เสียชีวิตก็เตรียมจะนั่งรถไปด้วยกัน แต่สุดท้ายต้องแจ้งเขาว่าพวกตนไม่สามารถไปได้ เพราะพ่อไม่อนุญาต

ภายหลังจึงมาทราบจากข่าวว่าพ่อพาผู้หญิงคนนั้นไปงานดังกล่าว ซึ่งในช่วงเวลานั้นพวกตนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนดังกล่าวคือใคร



















