Home บันเทิง ชัดเจน! ปอย ตรีชฎา ตอบแล้ว! ปมสาวทรานส์ฯ เรียกร้องใช้คำนำหน้า นางสาว

ชัดเจน! ปอย ตรีชฎา ตอบแล้ว! ปมสาวทรานส์ฯ เรียกร้องใช้คำนำหน้า นางสาว

20

วันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ปอย ตรีชฎา หงษ์หยก มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส 2547 และมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2547 ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมงานแถลงข่าวการเตรียมจัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ด้านการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพแบบบูรณาการ VAANAA LONGEVITY CHIANG MAI (วาณา ลองจีวิตี้ เชียงใหม่) ถึงประเด็นดราม่าการเรียกร้องใช้คำนำหน้าชื่อ นางสาว ของสาวทรานส์เจนเดอร์ ซึ่งกำลังถูกถกเถียงอย่างร้อนแรงในสังคมออนไลน์

ปอยระบุว่า โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับการเปลี่ยนคำนำหน้าให้สอดคล้องกับเพศสภาพ เพราะมองว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ช่วยให้คนบางกลุ่มใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินการไม่ควรง่ายเกินไป ควรมีระบบคัดกรองและหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน พร้อมยกตัวอย่างว่าหลายประเทศมีโมเดลที่ประสบความสำเร็จ นำมาศึกษาและปรับใช้ได้ ทั้งยังชี้ว่าประเด็นนี้แม้ดูเหมือนกระทบคนส่วนน้อย แต่เรื่องของคนอื่นก็เป็นเรื่องของสังคมโดยรวม เช่นเดียวกับปัญหา PM 2.5 ที่แม้อยู่คนละจังหวัดก็ยังส่งผลต่อกัน

เมื่อถูกตั้งคำถามถึงประสบการณ์ส่วนตัว ปอยเล่าว่า การไม่มีคำนำหน้าที่ตรงกับเพศสภาพสร้างความลำบากในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเวลาติดต่อธุรกรรมทางโทรศัพท์ เมื่อปลายสายเรียกคำนำหน้าที่ไม่ตรง ต้องอธิบายซ้ำและเกิดความรู้สึกจุกใจและเขินอาย พร้อมระบุว่าในต่างประเทศไม่ได้มีคำนำหน้าเฉพาะสำหรับทรานส์เจนเดอร์ แต่ใช้ นาย นางสาว นาง ตามระบบทั่วไป ส่วนข้อเสนอในโซเชียลถือเป็นความเห็นที่ควรรับฟังและนำมาพูดคุยกันอย่างเปิดกว้าง

ปอยยังกล่าวถึงเสียงวิจารณ์ที่โยงไปยังเวทีทิฟฟานี่ ว่าได้พูดคุยกับผู้จัดและยืนยันว่าเวทีมีอุดมการณ์สนับสนุนความเท่าเทียมมาโดยตลอด ไม่เคยแบ่งแยกผู้เข้าประกวดว่าจะผ่าตัดแปลงเพศหรือไม่ พร้อมแสดงความเห็นต่อประเด็นการใช้ชีววิทยามาตัดสินคำนำหน้า โดยยกกรณีกีฬาโอลิมปิกที่วัดระดับฮอร์โมนในเลือด ซึ่งเธอมองว่าไม่สามารถสะท้อนความเป็นผู้หญิงได้ทั้งหมด และอาจไม่ยุติธรรม

ในประเด็นข้อกังวลด้านการแพทย์ ปอยตั้งคำถามกลับว่า หากเกิดอุบัติเหตุ สิ่งสำคัญคือการปั๊มหัวใจและตรวจหมู่เลือด ไม่ใช่การผ่ามดลูก อีกทั้งอวัยวะภายในอย่างตับ ไต ม้าม แทบไม่แตกต่างกันในมิติการรักษาฉุกเฉิน ความซับซ้อนทางการแพทย์มีอยู่แล้วแม้ไม่เกี่ยวกับเพศสภาพ จึงมองว่าควรพัฒนาระบบสาธารณสุขให้พร้อมรองรับทุกคนมากกว่า พร้อมย้ำว่าทุกปัญหาสามารถหาทางออกได้ หากสังคมมีความเข้าอกเข้าใจและร่วมกันหาทางแก้ไขอย่างรอบด้าน

เรียบเรียงโดย มุมข่าว