Home ต่างประเทศ ด่วน! สื่ออิหร่าน รายงานแล้ว กรณีการเสียชีวิตคาเมเนอีฅ

ด่วน! สื่ออิหร่าน รายงานแล้ว กรณีการเสียชีวิตคาเมเนอีฅ

42

วันที่ 1 มีนาคม 2569 สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดรุนแรง หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ โดยฝ่ายอิสราเอลระบุว่าเป็นการป้องกันตัวเองล่วงหน้า ขณะที่รัฐบาลอิสราเอลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศทันที

สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า ขีปนาวุธหลายลูกตกในพื้นที่กรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน พร้อมทั้งมีการโจมตีเมืองอิสฟาฮาน กอม คาราจ และเคอร์มานชาห์ ด้านอิหร่านได้ตอบโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลและประเทศอื่นอย่างน้อย 7 ประเทศ รวมถึงรัฐอ่าวอาหรับที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ

เวลา 08.30 น. สำนักข่าวทาสนิม ฟาร์ส และ IRIB ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลหรือกองทัพอิหร่าน รายงานตรงกันยืนยันการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รายงานว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ถึงแก่มรณสักขีแล้ว ผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐที่ประกาศการเสียชีวิตของคาเมเนอีกล่าวว่า ประเทศจะเข้าสู่ช่วงไว้ทุกข์เป็นเวลา 40 วัน

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล ระบุว่า คาเมเนอี หนึ่งในบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เสียชีวิตแล้ว โดยไม่ได้เปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูล พร้อมเสริมว่า นี่ไม่ใช่เพียงความยุติธรรมสำหรับประชาชนอิหร่านเท่านั้นแต่ยังเพื่อชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ทุกคน และผู้คนจากหลายประเทศทั่วโลกที่ถูกคาเมเนอีและพวกอันธพาลกระหายเลือดของเขาฆ่าหรือถูกทำร้ายจนพิการ ทรัมป์ กล่าวด้วยว่า ประเทศนี้ถูกทำลายอย่างหนักภายในเวลาเพียง 1 วัน และถึงขั้นถูกลบล้าง อย่างไรก็ตาม การทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วงและแม่นยำจะยังดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดชะงักตลอดทั้งสัปดาห์หรือจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายของเรา

ถ้อยแถลงของทรัมป์มีขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระบุว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านถูกสังหารในปฏิบัติการ โอเปอเรชัน อีพิค ฟิวรี OPERATION EPIC FURY ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

เจ้าหน้าที่อาวุโสอิสราเอลรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า พบศพของอยาตอลเลาะห์แล้ว ต่อมา สถานีโทรทัศน์อิสราเอล 2 แห่งรายงานว่า ภาพถ่ายศพของอยาตอลเลาะห์ถูกนำไปให้ทรัมป์และเนทันยาฮูดูแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูระบุว่า ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกสังหาร

แหล่งข่าวใกล้ชิด 3 คน เปิดเผยว่า อามีร์ นาซีร์ซาเดห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิหร่าน และ โมฮัมเมด ปักปูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน เสียชีวิตในการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานว่า ลูกเขยและลูกสะใภ้ของอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ก็ถูกสังหารเช่นกัน

หลังข่าวการเสียชีวิตของคาเมเนอีเผยแพร่ออกไป มีรายงานว่าเกิดเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะราน ก่อนหน้านี้ อิหร่านระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการยั่วยุและผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ระบุว่า แม้จะเผชิญการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านหลายร้อยครั้ง แต่ไม่มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ

ขณะเดียวกัน อิหร่านออกมาเตือนว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นราว 1 ใน 5 ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก ได้ถูกปิดลง ท่ามกลางความกังวลของหลายฝ่ายว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมากหลังจากนี้

สถานการณ์ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง และทั่วโลกกำลังจับตาท่าทีของทั้งสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง