กลายเป็นข่าวที่สร้างความโศกเศร้าและตกใจให้แก่แฟนคลับทั่วประเทศ เมื่อสื่อมวลชนได้รับหมายด่วนจากคู่รักมาราธอน “หลุยส์ สก๊อต” และ “นุ่น รมิดา” เพื่อร่วมงานแถลงข่าวอัปเดตเรื่อง “การสูญเสีย” ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 14.30 น. ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านมารดาและทารกในครรภ์ร่วมชี้แจง ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

หากย้อนกลับไปดูเส้นทางความพยายามของคู่นี้ นุ่นเคยเปิดใจว่าเธอและหลุยส์เริ่มเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์อย่างจริงจังหลังแต่งงานในวัย 37 ปี ทั้งการเก็บไข่ ฉีดวิตามิน งดปาร์ตี้ และปรับวิถีชีวิตใหม่หมด จนกระทั่งปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริงในวัย 42 ปี โดย นุ่น รมิดา เคยเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า “เราแต่งงานเลท แต่งตอนอายุ 37 ตอนนั้นไม่มีความรู้เรื่องท้อง คิดแค่ว่าเป็นผู้หญิงถ้าปล่อยธรรมชาติก็น่าจะติดได้ง่ายๆ แต่พอปล่อยแล้วไม่เวิร์ก ก็เริ่มหาหมอ เข้าสู่กระบวนการพยายามมาตลอด มีพักไปถ่ายละครบ้าง

แล้วคุณหมอที่ดูแลมีซินแสส่วนตัว ท่านเคยทักว่านุ่นจะมีลูกตอนอายุ 42 เรายังคิดในใจเลยว่าแก่ไปไหม แต่เราก็พยายามมาตลอด เก็บไข่มาตลอดแต่เกรดยังไม่แฮปปี้ จนต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่หมด ศึกษาการกิน กินคลีน ลดน้ำตาล อัดวิตามิน งดปาร์ตี้ จนสุดท้ายมันก็มาจริงๆ ได้ไข่ที่สมบูรณ์ในวัย 42 ตามคำทัก”…

ทั้งนี้ประโยคที่ฟังแล้วสะเทือนใจที่สุด คือความรู้สึกของนุ่นที่ไม่อยากประกาศข่าวดีเร็วเกินไป โดย นุ่น ได้เล่าต่อว่า “เราผ่านกระบวนการมาเยอะ ความตื่นเต้นมันไม่ได้จบแค่มีลูก แต่มันคือการรอคอยที่ยาวนาน การประกาศว่าท้องแล้วไม่ได้ทำให้เรามีความสุขที่สุด เพราะเราไม่อยากแบกความรู้สึกว่า “เราท้องแล้วนะ แต่ไม่รู้จะไปได้ไกลแค่ไหน” แล้วถ้าวันหนึ่งมันไปต่อไม่ได้ หนูจะต้องแบกความรู้สึกนี้ไปบอกทุกคนว่ายังไงต่อ เราเลยไม่อยากเล่า”

นอกจากนี้ไม่ใช่แค่ภาวะมีบุตรยาก แต่ทั้งคู่ต้องเผชิญกับ “เนื้องอกในกล้ามเนื้อมดลูก” ที่คอยขัดขวางสารอาหารที่จะไปถึงลูก นุ่นเคยเล่าว่า “ย้อนไปตอนแต่งงานเสร็จ พอไปเช็กสุขภาพ แจ๊กพอตเลยจ้ะ นึกว่าท้อง สรุปเจอเนื้องอกในกล้ามเนื้อมดลูก ความโชคดีคือมันอยู่ข้างๆ ไม่ได้อยู่ในโพรงมดลูก หมอบอกว่าต้องเอาออก เพราะถ้านุ่นมีลูก สารอาหารจะไม่ไปถึงลูกได้เต็มที่ และแม้จะเอาออก มันก็เกิดขึ้นใหม่ได้ เราต้องดูแลตัวเองไม่ให้มันเกิดอีก เพราะถ้าปล่อยไว้ อาจรุนแรงถึงขั้นต้องตัดมดลูกทิ้งเลยก็ได้…

ตอนไปอัลตราซาวด์ เห็นน้ำตาของหลุยส์ เรารู้เลยว่าเขาเครียด หมอก็เครียด พอครบ 3 เดือน หมอมาบอกว่าทีมแพทย์ต้องระดมสมองช่วยกันหมด เนื้องอกมันยังอยู่ ภาพอัลตราซาวด์ของเราจะขุ่นๆ ไม่ใสเหมือนคนอื่น เพราะมันบังอยู่ แต่หมอเก่ง พยายามดูว่าเด็กโตตามวัยไหม ซึ่งเด็กก็ขยายมดลูกออกไปได้ แต่ก็กังวลเรื่องการคลอดว่าจะคลอดเองหรือผ่า”

ส่วนทางด้าน หลุยส์ เปิดใจว่า “เราเครียด แต่ต้องใจเย็น เราต้องฟังหมอ เพราะนุ่นเขาสติแตก เราเลยบอกหมอว่ามีอะไรให้บอกเราก่อน เพื่อเราจะกลั่นกรองไปอธิบายให้เขาฟัง” อีกทั้ง นุ่น รมิดา ได้ทิ้งท้ายพร้อมระบุวันกำหนดคลอดไว้ว่า “วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 แต่ถ้าครบ 37 วีก อาจจะมาช่วงปลายมกราคม ก็ลุ้นอย่างเดียวว่าอย่าคลอดก่อนกำหนด”

แต่ทว่าในวันนี้ (28 ม.ค.) ความหวังที่ริบหรี่กลับกลายเป็นข่าวเศร้า เมื่อทั้งคู่ต้องตัดสินใจแถลงข่าวเรื่องการสูญเสียแทนการประกาศข่าวดีเรื่องการคลอด ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า แฟนคลับและเพื่อนในวงการต่างพากันส่งกำลังใจให้หลุยส์และนุ่นอย่างเนืองแน่น ขอให้ทั้งคู่เข้มแข็งและผ่านพ้นช่วงเวลาที่บีบหัวใจที่สุดนี้ไปได้…


















