คลิปไวรัล! เด็ก 5 ขวบ กลั้นน้ำตาช่วยแม่เป็นลมจนฟื้น แนะพ่อแม่สอนลูก “โทรฉุกเฉิน” ให้เป็น
เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สุดประทับใจที่มณฑลซานตง ประเทศจีน เมื่อคุณแม่ท่านหนึ่งเกิดหน้ามืดเป็นลมล้มพับไปในบ้าน แม้จะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะโดนน้ำร้อนลวก แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้ ในวินาทีวิกฤตนั้น ลูกชายวัยเพียง 5 ขวบ ได้กลายเป็นฮีโร่ตัวน้อยที่ช่วยชีวิตแม่เอาไว้ได้สำเร็จ

หนูน้อยกลั้นสะอื้น ทำหน้าที่บุรุษพยาบาลจำเป็น
จากคลิปวิดีโอเผยให้เห็นภาพเด็กน้อยที่แม้จะหวาดกลัวจนตัวสั่นและน้ำตาไหลอาบแก้ม แต่เขากลับพยายามตั้งสติและทำตามเสียงสั่งอันแผ่วเบาของแม่ ทั้งการกดจุดและนวดมือเพื่อเรียกสติ

ตลอดเวลาเขาเม้มปากแน่นไม่ส่งเสียงร้องไห้เพื่อไม่ให้แม่ตกใจ จนกระทั่งเมื่อคุณพ่อกลับมาถึงบ้าน เด็กน้อยจึงปล่อยโฮออกมาเต็มที่ด้วยความอัดอั้น
ขณะที่ชาวเน็ตต่างชื่นชมในความกล้าหาญที่ “มือน้อยๆ ที่สั่นเทา ช่วยประคองความหวังของแม่เอาไว้”
บทเรียนสำคัญ: วิชาเอาตัวรอดที่ต้องสอนลูก
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและเราไม่สามารถปกป้องลูกได้ตลอดเวลา การสอนทักษะการขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจึงเป็น “เกราะป้องกัน” ที่สำคัญที่สุดที่พ่อแม่ควรมอบให้ลูก โดยมีขั้นตอนการสอนดังนี้:
1. สอนจำเบอร์ฉุกเฉิน (สำหรับประเทศไทย)
เปลี่ยนจากการจำเบอร์พ่อแม่ที่อาจยาวเกินไป มาเป็นการสอนเบอร์สายด่วนที่สำคัญที่สุด คือ 1669 (เจ็บป่วยฉุกเฉิน) และ 191 (เหตุด่วนเหตุร้าย) ย้ำกับลูกเสมอว่าเบอร์เหล่านี้ใช้โทรเมื่อเกิดเรื่องร้ายแรงเท่านั้น ห้ามโทรเล่นเด็ดขาด
2. สอนวิธีการแจ้งเหตุ
เมื่อโทรติดแล้ว เด็กๆ มักจะตกใจทำอะไรไม่ถูก พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกตั้งสติและบอกข้อมูลสำคัญ 2 อย่าง คือ:
- ที่อยู่: บ้านเลขที่ จุดสังเกตเด่นๆ ใกล้บ้าน หรือชื่อร้านค้าหน้าปากซอย
- อาการคนเจ็บ: บอกให้ได้ว่าใครเป็นอะไร เช่น แม่เป็นลม เลือดไหล หรือไม่ตื่น
3. สอนใช้ฟีเจอร์ “โทรฉุกเฉิน” บนมือถือที่ล็อกอยู่
สมาร์ตโฟนของผู้ใหญ่ส่วนมากมักตั้งรหัสผ่านหรือสแกนใบหน้า พ่อแม่ต้องสอนลูกให้รู้จักปุ่ม “Emergency Call” (โทรฉุกเฉิน) บนหน้าจอล็อกสกรีน เพื่อให้เขาสามารถกดโทรออกหาเบอร์ 191 หรือ 1669 ได้ทันทีโดยไม่ต้องปลดล็อกเครื่อง
4. ซ้อมบทบาทสมมติ
การพูดสอนอย่างเดียวอาจไม่เห็นภาพ เวลาว่างๆ ลองเล่นบทบาทสมมติกับลูก ให้พ่อแม่แกล้งเป็นลม แล้วให้ลูกลองกดโทรศัพท์ (แบบไม่ต้องกดโทรออกจริง) และฝึกพูดโต้ตอบกับปลายสาย เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความมั่นใจ
แม้เราจะหวังว่าลูกจะไม่มีวันได้ใช้ทักษะเหล่านี้ แต่การเตรียมความพร้อมไว้ก่อน ย่อมดีกว่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันโดยที่เด็กทำอะไรไม่ถูก การสอนเรื่องความปลอดภัยคือของขวัญล้ำค่าที่จะติดตัวลูกไปตลอดชีวิต





















