Home ข่าว ข่าวสังคม เกินคาดไปมาก! สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจล่าสุด คนที่อยากให้เป็นนายกฯมากที่สุด

เกินคาดไปมาก! สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจล่าสุด คนที่อยากให้เป็นนายกฯมากที่สุด

248

วันที่ 18 มกราคม 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ส ารวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง นโยบายกับพรรคการเมือง ในการเลือกตั้ง 69 กลุ่มตัวอย่างจานวน 2,586 คน (สารวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 13-16 มกราคม 2569 สรุปผลได้ ดังนี้

1. ประชาชนคิดว่า พรรคการเมืองไทย พรรคใดมีนโยบายโดดเด่น/ได้เปรียบในประเด็นต่าง ๆ ต่อไปนี้

2. ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใดแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์)

อันดับ 1 ประชาชน 34.11%

อันดับ 2 เพื่อไทย 18.37%

อันดับ 3 ภูมิใจไทย 17.13%

อันดับ 4 ประชาธิปัตย์ 10.25%

อันดับ 5 ไทยสร้างไทย 4.25%

อื่น ๆ 12.56% (กล้าธรรม, รวมไทยสร้างชาติ, เศรษฐกิจ, พลวัต, ประชาธิปไตยใหม่ ฯลฯ)

ยังไม่ตัดสินใจ 3.33%

3. ประชาชนจะเลือก สส.เขต สังกัดพรรคใด

อันดับ 1 ประชาชน 33.14%

อันดับ 2 เพื่อไทย 19.49%

อันดับ 3 ภูมิใจไทย 17.63%

อันดับ 4 ประชาธิปัตย์ 8.28%

อันดับ 5 เศรษฐกิจ 3.09%

อื่น ๆ 14.97% (กล้าธรรม, รวมไทยสร้างชาติ, ประชาธิปไตยใหม่, พลวัต, พลังประชารัฐ, ไทยสร้างไทย ฯลฯ)

ยังไม่ตัดสินใจ 3.40%

4. ประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

อันดับ 1 ณัฐพงษ์ (ปชน.) 34.34%

อันดับ 2 ยศชนัน (พท.) 19.91%

อันดับ 3 อนุทิน (ภท.) 16.13%

อันดับ 4 อภิสิทธิ์ (ปชป.) 10.36%

อันดับ 5 พลเอก รังษี (ศก.) 4.45%

อื่น ๆ 9.08% (พีระพันธุ์, คุณหญิงสุดารัตน์, ธรรมนัส, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์, ตรีนุช, สุชัชวีร์, พ.ต.อ.ทวี)

ยังไม่ตัดสินใจ 5.73%

สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ส ารวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “นโยบายกับพรรคการเมืองใน การเลือกตั้ง 69” กลุ่มตัวอย่าง จานวน 2,586 คน (สารวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 13-16 มกราคม 2569 พบว่า พรรคประชาชนถือเป็นพรรคที่มีความได้เปรียบมากที่สุดถึง 4 นโยบาย คือ ด้านการเมืองและความมั่นคง ร้อยละ 38.14 ด้านการศึกษา ร้อยละ 43.93 ด้านการเกษตร ร้อยละ 35.82 และด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 39.89 ส่วนพรรค เพื่อไทยมีความได้เปรียบ 1 นโยบาย คือ ด้านปากท้อง/ค่าครองชีพ ร้อยละ 35.63 ทั้งนี้ถ้ามีการเลือกตั้ง กลุ่มตัวอย่างจะเลือก พรรคประชาชน ร้อยละ 34.11 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 18.37 และเลือก สส.เขตสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 33.14 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 19.49 โดยบุคคลที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป คือ ณัฐพงษ์ (ปชน.) ร้อยละ 34.34 ยศชนัน (พท.) ร้อยละ 19.91 และอนุทิน (ภท.) ร้อยละ 16.13

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า เมื่อพิจารณาตามนโยบาย พบว่า พรรคประชาชน เป็นพรรคที่มี นโยบายโดดเด่นถึง 4 จาก 5 นโยบายหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง การศึกษา การเกษตร และการแก้ปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน ขณะเดียวกันพรรคประชาชนยังคงเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยต้องจับตาว่า พรรคการเมืองแต่ละ พรรคจะงัดกลยุทธ์หาเสียงใดออกมาเพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงในช่วงต่อจากนี้ และจะสามารถเปลี่ยนความได้เปรียบเชิงนโยบาย ให้กลายเป็นชัยชนะในวันเลือกตั้งได้อย่างไร

ผศ.ภาวินี รอดประเสริฐ อาจารย์ประจาหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า สาหรับการเลือกตั้ง 69 ประชาชนคาดหวังกับแนวนโยบายของพรรคการเมืองใหม่ที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับ ประเทศ และประชาชนในหลากหลายมิติ ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ประชาชนพร้อมที่จะให้โอกาสกับพรรคการเมืองใหม่ หรือ พรรคการเมืองที่ตนเองชื่นชอบที่ยังไม่มีโอกาสในการท าหน้าที่บริหารประเทศ ให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศ ทั้งในเรื่อง ของการเมืองและความมั่นคง การศึกษา การเกษตร และการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เห็นได้จากผลสารวจที่มีมากกว่า ร้อยละ 35 ส่วนในการเลือกพรรคการเมือง หรือตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็น สส. และความคาดหวังในบุคคลที่จะมาเป็น นายกรัฐมนตรี ก็มีทิศทางเดียวกับการเลือกนโยบายของพรรคการเมือง น่าสนใจตรงแนวคิดของประชาชนที่ยังต้องการของใหม่ ทั้งตัวบุคคล และพรรคการเมืองที่ยังไม่เคยทาหน้าที่บริหารประเทศให้ลองเข้ามาทาหน้าที่ หากครั้งนี้พรรคการเมืองใหม่ได้มี โอกาสทาหน้าที่ในการบริหารประเทศ การเลือกตั้งสมัยหน้าคงต้องวัดกันอีกครั้ง ว่าการทาหน้าที่เป็นไปตามความคาดหวังของ ประชาชนในการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ และประชาชนได้จริงหรือไม่

ขอบคุณข้อมูล dusitpoll

เรียบเรียง สยามนิวส์