Home ข่าว ข่าวสังคม หมอยกเคส พยาบาลสาวเสียชีวิต เปิดสัญญาณเตือนก่อน “หัวใจหยุดเต้น”

หมอยกเคส พยาบาลสาวเสียชีวิต เปิดสัญญาณเตือนก่อน “หัวใจหยุดเต้น”

4

วันที่ 13 ม.ค. 2569 หมอเจด นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ยกกรณีพยาบาลสาววัย 30 เสียชีวิต ขณะเข้าเวรดึก โดยให้ความรู้เผยสัญญาณเตือนก่อนหัวใจหยุดเต้นที่เจอได้ในคนอายุน้อย มีอะไรบ้าง โดยระบุว่า

หมอยกเคส พยาบาลสาวเสียชีวิต เปิดสัญญาณเตือนก่อน หัวใจหยุดเต้น

จากเหตุการณ์การเสียชีวิตของพยาบาลสาววัย 30 สัญญาณเตือนก่อนหัวใจหยุดเต้นเจอบ่อยในคนอายุน้อย !!!

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีข่าวเศร้าจากการจากไปของ พยาบาลสาววัย 30 ปี ขณะปฏิบัติงานเข้าเวรดึก ซึ่งสร้างความสลดใจให้ครอบครัวและเพื่อนร่วมงานไม่น้อย เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่โศกนาฏกรรมส่วนบุคคล แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เหตุการณ์แบบนี้ทำให้ผมอยากชวนทุกคนหยุดคิดสักนิดว่า บางครั้งร่างกายไม่ได้ส่งสัญญาณดัง ๆ แต่จะค่อยเตือนเงียบ ๆ โดยเฉพาะในคนที่พักผ่อนน้อย เครียดสะสม และทำงานหนักต่อเนื่อง

 

เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่า สัญญาณเตือนก่อนหัวใจหยุดเต้นที่เจอได้ในคนอายุน้อย มีอะไรบ้าง และเราควรฟังร่างกายตัวเองยังไง

1. หัวใจหยุดเต้น ไม่ใช่หัวใจวาย — เข้าใจให้ชัด

สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักสับสน คือคำว่า “หัวใจหยุดเต้น” กับ “หัวใจวาย” ทั้งสองอย่างนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ มาดูข้อแตกต่างของทั้ง 2 อาการนี้

  • หัวใจวาย (Heart attack) คือภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนขาดเลือดและตายไป
  • หัวใจหยุดเต้น (Cardiac arrest) คือภาวะระบบไฟฟ้าหัวใจรวน จนหัวใจหยุดสูบฉีดเลือดทันที โดยไม่เกี่ยวกับการอุดตันของหลอดเลือดโดยตรงในคนที่อายุน้อย และอยู่ในภาวะเครียด–พักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะคนทำงานเวรดึก มักพบแบบที่สองนี้ และหลายครั้งก็จะไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหามาก่อนเลย
  • 2. กรณีหัวใจเต้นต่ำกว่า 40 ครั้ง/นาที บ่งบอกอะไรได้บ้าง
    • ระบบไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ (Bradyarrhythmia) หัวใจเต้นช้าขนาดนี้ มักเกิดจาก โหนดไซนัสทำงานผิดปกติ (Sick sinus syndrome) หรือ สัญญาณไฟฟ้าหัวใจส่งต่อไม่ดี (Heart block) กรณีนี้อันตราย เพราะหัวใจอาจหยุดเต้นฉับพลัน ได้ โดยเฉพาะในคนอายุน้อยที่ดูเหมือนแข็งแรงภายนอก
    • ผลจากการพักผ่อนน้อย + เวรดึกเรื้อรัง การเข้าเวรดึกต่อเนื่อง ทำให้อัตโนมัติประสาท (Autonomic nervous system) แปรปรวน พาราซิมพาเทติกเด่นผิดปกติ หัวใจถูก “สั่งให้ช้าลง” มากเกินไป บางคนหัวใจเต้นช้าขณะหลับ แต่ก็ยังช้าต่อเนื่องแม้ตอนตื่นหรือทำงาน อันนี้ถือว่าไม่ปกติแล้ว
    • ภาวะขาดออกซิเจนหรือการหายใจผิดปกติขณะหลับ เช่น นอนหลับไม่ลึก นอนน้อยเรื้อรัง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้หัวใจ เต้นช้า สลับเต้นผิดจังหวะ และเพิ่มความเสี่ยงหัวใจหยุดเต้นตอนกลางคืนหรือขณะทำงาน
    • ความผิดปกติของเกลือแร่หรือฮอร์โมน อันนี้จะพบได้ในคนทำงานหนัก พักผ่อนไม่พอ เช่น โพแทสเซียมผิดปกติ แมกนีเซียมต่ำ หรือไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) เพราะสิ่งเหล่านี้รบกวนการนำไฟฟ้าหัวใจโดยตรง ทำให้ชีพจรต่ำผิดปกติ

    3. สัญญาณเตือนที่มักถูกมองข้าม ก่อนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น

    ก่อนที่หัวใจจะหยุดเต้นเฉียบพลัน อาจมีสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนเกิดขึ้นกับเรา โดยที่เราหลายคนมักมองข้ามไป

    • ใจสั่น / หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะตอนพักหรือขยับตัว
    • เหนื่อยง่ายผิดธรรมชาติ ทั้งที่ทำงานเหมือนเดิม
    • เวียนหัวหรือหน้ามืด โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนท่า
    • แน่นหน้าอกเล็ก ๆ เป็น ๆ หาย ๆ แม้ไม่รุนแรง
    • นอนหลับไม่สนิท เข้าเวรดึกแล้วยังฟื้นไม่เต็มที่

    ถึงคนทำงานดึกโดยเฉพาะบุคลากรแพทย์หรือพยาบาลนะครับ หลาย ๆ คนมักจะคิดว่า “แค่พักผ่อนน้อย เดี๋ยวก็หาย” แต่หัวใจไม่คิดแบบนั้นครับ ถ้ามีอาการพวกนี้ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยก่อนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นหลายสัปดาห์ได้เลย

    4. บทเรียนที่สำคัญสำหรับคนทำงานดึก

    ข่าวเศร้าครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่ “เกิดขึ้นเพราะโชคร้ายเพียงอย่างเดียว” แต่เป็นเสียงเตือนให้เราตรวจดู ร่างกายและสัญญาณเตือนเล็กน้อย ที่รุนแรงได้หากไม่รีบเอาใจใส่ ผมขอแค่ว่า

    • พักผ่อนให้เพียงพอ — ร่างกายต้องได้เวลารีเซ็ตระบบไฟฟ้าหัวใจ
    • สังเกตสัญญาณเตือน เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก
    • อย่ามองว่าเป็นแค่ “พักผ่อนน้อย” — เหล่านี้คือสัญญาณจริงที่ควรตรวจสุขภาพ
    • ปรับวิถีชีวิต ให้มีช่วงเวลาเผลอพักจริง ไม่ใช่แค่ช่วงเวลานอน

    ในเคสพยาบาลสาว อัตราการเต้นหัวใจต่ำกว่า 40 ครั้ง/นาที นี่ถือเป็นสัญญาณผิดปกติระบบไฟฟ้าหัวใจ ไม่ใช่ความแข็งแรงจากการออกกำลังกาย แต่สะท้อนภาวะหัวใจถูกกดจากการอดนอน ทำงานดึก เครียดสะสม และอาจนำไปสู่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้โดยไม่มีสัญญาณรุนแรงล่วงหน้า การทำงานหนักเป็นเรื่องหนึ่งครับ แต่การรักษาความปลอดภัยใจ–ร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่เวรดึกเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

    ขอบคุณ FB : หมอเจด