ภายหลังจากรัฐบาล ได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพสำหรับประชาชน ผ่านโครงการ คนละครึ่งพลัส โดยเป็นการออกให้ครึ่งหนึ่ง เริ่มใช้จ่ายวันแรกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น
สำหรับใครที่ลงทะเบียนรับสิทธิไม่ทันในโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟสแรก ยังมีลุ้นต่อในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาผู้ที่ตกหล่นจากการได้รับสิทธิ
ซึ่งหากใครที่ไม่ทันเฟสแรก ก็จะได้ 4,000 บาท คาดว่าการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 อาจจะไม่แตกต่างจากการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส เฟสแรก คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน
เป็นผู้มีสัญชาติไทย
มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
มีบัตรประจำตัวประชาชน
ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5
วิธีโหลดแอปพลิเคชัน เป๋าตัง
1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป
2. พิมพ์ค้นหา เป๋าตัง ในช่องค้นหา
3. เลือก GET หรือ เลือก ติดตั้ง
4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง
5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
6. เตรียมบัตรประชาชน
7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน
8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP
9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ
10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน
11. เลือกวิธียืนยันตัวตน วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส เฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้ว
สำหรับการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส เฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้วนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการกดแบนเนอร์ให้ยืนยันการรับสิทธิ ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง
คนละครึ่งพลัส เฟส 2 เริ่มใช้วันไหน
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า “รัฐบาลเตรียมนำงบกลางรายการสำรองจ่ายปี 2569 ส่วนหนึ่งมาใช้ในโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนมกราคม 2569 โดยอาจมีวงเงินใกล้เคียงกับเฟสแรกที่ใช้ไปกว่า 40,000 ล้านบาท โดยจะรวมกับเงินเหลือจากเฟส 1 ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะช่วยผลักดันให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ระบบทันตามเป้าหมาย





















