Home ทั่วไทย ด่วนระทึกซ้ำ! พบอาคารเอน-ถนนทรุดเพิ่ม หลังน้ำรั่วอุโมงค์

ด่วนระทึกซ้ำ! พบอาคารเอน-ถนนทรุดเพิ่ม หลังน้ำรั่วอุโมงค์

30

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุน้ำรั่วซึมภายในอุโมงค์ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ บริเวณใกล้วงเวียนใหญ่ พร้อมตรวจสอบอาคารโดยรอบ หลังประชาชนในพื้นที่แจ้งว่าพบรอยร้าวขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อว่าเป็นรอยร้าวใหม่ จนสร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคาร

ภายหลังการลงพื้นที่ นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อพบมีน้ำรั่วซึมเข้าสู่บ่อพักน้ำภายในพื้นที่ก่อสร้าง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำออกจากอุโมงค์และควบคุมระดับแรงดันภายในระบบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดคืนที่ผ่านมาไม่พบความผิดปกติเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบในช่วงเช้าวันนี้ แม้ปริมาณน้ำภายในอุโมงค์จะลดลง แต่กลับพบว่าผิวถนนบริเวณจุดเกิดเหตุทรุดตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เซนติเมตร ส่งผลให้ทีมวิศวกรต้องเร่งประชุมเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขที่ปลอดภัยที่สุด โดยได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหรือส่งผลกระทบต่อประชาชน

สำหรับแนวทางแก้ไขเบื้องต้น ทีมวิศวกรอยู่ระหว่างพิจารณาปิดหัวและท้ายอุโมงค์ พร้อมเติมน้ำเข้าสู่ระบบเพื่อรักษาระดับแรงดันทั้งภายในและภายนอกอุโมงค์ให้สมดุล ป้องกันดินและทรายไหลเข้าสู่อุโมงค์ ควบคู่กับการฉีดคอนกรีตผสมสารเคมีชนิดแข็งตัวเร็วจากภายนอก เพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างอุโมงค์ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า หลังการซ่อมแซมแล้ว พื้นที่จะต้องกลับมามีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ หากยังไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้ ก็จะยังไม่อนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างต่อ

ส่วนการตรวจสอบอาคารโดยรอบ พบว่าอาคารบางแห่ง โดยเฉพาะอาคารที่ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดตั้งแต่เมื่อวาน มีสัญญาณเอนตัวเล็กน้อย เมื่อพิจารณาร่วมกับลักษณะการต่อเติมอาคาร พบว่ามีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นรอยร้าวที่เกิดขึ้นใหม่ อย่างไรก็ตาม อาคารดังกล่าวไม่มีผู้อยู่อาศัย ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบอาคารทุกหลังในพื้นที่ หากพบความเสียหาย ผู้รับจ้างก่อสร้างจะต้องรับผิดชอบชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามขั้นตอน

สำหรับอาคารพาณิชย์ที่ยังมีผู้ประกอบการใช้งานอยู่ เจ้าหน้าที่จะขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงการอยู่ภายในอาคารในช่วงที่ยังมีความเสี่ยง ส่วนการอพยพประชาชน นายสิริพงศ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องอพยพ แต่จะรอผลการประเมินจากทีมวิศวกรก่อน หากพบว่ามีความเสี่ยง ก็พร้อมประกาศแผนอพยพโดยทันที พร้อมคาดว่าผลการประเมินจะแล้วเสร็จก่อนเวลา 16.00 น. ของวันนี้

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังย้ำว่า การทรุดตัวที่ตรวจพบประมาณ 20 เซนติเมตร เป็นการทรุดเฉพาะบริเวณผิวถนน ไม่ใช่โครงสร้างอาคาร และปัจจุบันปัญหายังจำกัดอยู่เฉพาะฝั่งซ้ายของแนวอุโมงค์ ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุน้ำรั่ว

เมื่อสอบถามว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับโครงการเดียวกันเป็นครั้งที่ 2 แล้ว จะมีมาตรการเข้มงวดกับผู้รับจ้างหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก และจะกำชับให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามหลักวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้

ด้านการจราจร เบื้องต้นประชาชนยังสามารถใช้ถนนฝั่งขวาได้ตามปกติ ขณะที่ถนนฝั่งซ้ายยังคงต้องปิดการจราจรต่อไปอีกระยะ จากเดิมที่ปิดเพื่อขนย้ายเครื่องจักรเข้าพื้นที่ แต่หลังประเมินพฤติกรรมการทรุดตัวของพื้นดินแล้ว อาจจำเป็นต้องปิดต่ออีก 1-2 วัน หรือจนกว่าจะประเมินสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน

นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทีมวิศวกร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงรัฐบาล ซึ่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานของคลินิกทันตกรรมซึ่งตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ใกล้จุดก่อสร้าง ได้ทยอยขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์และเอกสารผู้ป่วยออกจากอาคารไปยังพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากกังวลว่าจะเกิดเหตุซ้ำ โดยระบุว่าอาคารดังกล่าวมีรอยร้าวเดิมจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปีที่ผ่านมา จึงเกรงว่าหากเกิดการทรุดตัวเพิ่มเติมอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย

ด้านวิศวกรประจำพื้นที่เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ารอยร้าวบนอาคารเป็นรอยร้าวใหม่ที่เกิดจากเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่ แต่จะเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ต่อไป