Home ต่างประเทศ สาวร้องไห้หนัก แต่งงานมา 8 ปี เห็นสามีทำงานหนัก “จ่ายหนี้” ไม่จบ เพิ่งรู้ต้นเหตุคือตัวเอง

สาวร้องไห้หนัก แต่งงานมา 8 ปี เห็นสามีทำงานหนัก “จ่ายหนี้” ไม่จบ เพิ่งรู้ต้นเหตุคือตัวเอง

36

สิ่งที่ทำให้หญิงสาวช็อกยิ่งกว่าเดิมคือ เธอเพิ่งรู้ว่าพ่อแม่ของตัวเองไม่ได้คืนเงินค่าสินสอดจำนวนดังกล่าวกลับมาให้เธอและสามีเลยแม้แต่ส่วนเดียว ก่อนหน้านี้เธอเข้าใจมาตลอดว่าพ่อแม่จะคืนเงินให้คู่บ่าวสาวอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ทั้งสองคนสามารถนำเงินไปใช้สร้างครอบครัวหรือช่วยแบ่งเบาภาระของฝ่ายชายได้

เธอคิดว่าหากพ่อแม่คืนเงินมาให้สักครึ่งหนึ่ง ครอบครัวสามีก็คงมีเงินก้อนหนึ่งไว้ชำระหนี้ และอาจไม่ต้องเผชิญกับความยากลำบากทางการเงินยาวนานถึง 8 ปีเช่นนี้ แต่เมื่อได้รับรู้ความจริงว่าเงินทั้งหมดถูกเก็บไว้โดยพ่อแม่ของเธอเอง เธอก็รู้สึกเสียใจและผิดหวังอย่างมาก

หญิงสาวยังเล่าว่า เดิมทีพ่อแม่ของเธอเรียกค่าสินสอดประมาณ 300,000 หยวน ซึ่งเป็นจำนวนที่เธอเข้าใจว่าเป็นความต้องการของครอบครัว แต่ท้ายที่สุดกลับได้รับเงินถึง 680,000 หยวนตามที่เธอเป็นคนเสนอเพิ่มเอง และไม่มีการคืนเงินส่วนใดกลับมาให้ลูกสาวกับลูกเขย

เรื่องนี้ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามถึงการตัดสินใจของพ่อแม่ เพราะในความคิดของเธอ เงินค่าสินสอดจำนวนมากควรมีส่วนช่วยให้คู่แต่งงานเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อทราบว่าครอบครัวฝ่ายชายต้องกู้ยืมเงินมาเพื่อจัดเตรียมเงินจำนวนดังกล่าว แต่กลับไม่มีการแบ่งเงินคืนให้คู่บ่าวสาวแม้แต่น้อย

เธอรู้สึกเจ็บปวดเมื่อคิดว่าสามีและพ่อแม่สามีต้องรับภาระหนี้สินมาเป็นเวลานาน ขณะที่เธอไม่เคยรู้ความจริงมาก่อนเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งคิดถึงความยากลำบากของครอบครัวสามี เธอก็ยิ่งรู้สึกผิด เพราะตัวเลขค่าสินสอดที่เพิ่มขึ้นจาก 300,000 เป็น 680,000 หยวนเกิดจากความต้องการของเธอเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เธอลำบากใจมากที่สุดในเวลานี้คือ ไม่รู้ว่าจะกลับไปพูดคุยกับพ่อแม่ของตัวเองอย่างไร เธออยากถามว่าทำไมพวกเขาจึงไม่คืนเงินค่าสินสอดให้ลูกสาวและลูกเขยบ้าง แต่ก็กลัวว่าการตั้งคำถามจะทำให้เกิดความขัดแย้งภายในครอบครัว และอาจกระทบความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพ่อแม่อย่างรุนแรง

เธอระบายความรู้สึกว่า หากไม่ถามอะไรเลย ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถกลับไปพบหน้าพ่อแม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะตอนนี้เธอรับรู้แล้วว่าสามีและครอบครัวของเขาต้องแบกรับหนี้สินมานานเพียงใด แต่หากถามออกไปตรง ๆ ก็อาจกลายเป็นการทะเลาะกันครั้งใหญ่ระหว่างคนในครอบครัว

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก เรื่องราวของหญิงสาวก็กลายเป็นหัวข้อถกเถียงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “ราคาเจ้าสาว” หรือค่าสินสอดตามประเพณีแต่งงานของจีน ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่แต่ละครอบครัวมีแนวปฏิบัติแตกต่างกัน บางครอบครัวอาจนำเงินไปใช้จัดเตรียมงานแต่งงาน บางครอบครัวอาจคืนเงินให้คู่บ่าวสาว ขณะที่บางครอบครัวเลือกเก็บเงินไว้ตามข้อตกลงของตนเอง

ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งแสดงความเห็นใจครอบครัวฝ่ายชาย โดยมองว่าพ่อแม่สามียอมกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อให้ลูกชายได้แต่งงาน ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีฐานะร่ำรวย และยังต้องรับผิดชอบการชำระหนี้ต่อเนื่องมานานถึง 8 ปี ความคิดเห็นบางส่วนระบุว่า ครอบครัวสามีแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสนับสนุนการแต่งงานของลูก แม้ต้องแบกรับภาระทางการเงินอย่างหนักก็ตาม

มีชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นว่า “ครอบครัวสามีของคุณเป็นคนดีมาก โปรดเคารพและปฏิบัติต่อพวกเขาให้ดี” ขณะที่อีกคนมองว่าเงิน 680,000 หยวนไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย พ่อแม่สามียอมตกลงและไปหยิบยืมเงินจากญาติพี่น้องเพื่อให้การแต่งงานเกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นกลับต้องใช้เวลาถึง 8 ปีในการทยอยชำระหนี้ โดยไม่เคยนำเรื่องดังกล่าวมาสร้างความกดดันให้ลูกสะใภ้

นอกจากนี้ ยังมีความคิดเห็นที่มองว่าหากพ่อแม่ของฝ่ายหญิงคืนเงินค่าสินสอดให้คู่บ่าวสาวอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เรื่องราวอาจไม่ลงเอยด้วยความยากลำบากทางการเงินที่ยืดเยื้อเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นการคืนเงินค่าสินสอดขึ้นอยู่กับข้อตกลงและบริบทของแต่ละครอบครัว จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าทุกครอบครัวต้องคืนเงินในรูปแบบเดียวกัน

เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นเมื่อการแต่งงานต้องเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการตัดสินใจเรียกค่าสินสอดเกินกว่ากำลังทางการเงินของครอบครัวฝ่ายหนึ่ง และไม่มีการพูดคุยกันอย่างชัดเจนว่าหลังจากแต่งงานแล้ว เงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้หรือจัดการอย่างไร สำหรับหญิงสาวรายนี้ สิ่งที่ทำให้เธอร้องไห้ไม่ใช่เพียงการเพิ่งรู้ว่าครอบครัวสามียังมีหนี้สิน แต่เป็นการค้นพบว่าการตัดสินใจของตัวเองในวันแต่งงานมีส่วนทำให้คนที่เธอรักต้องแบกรับภาระทางการเงินมาอย่างยาวนานถึง 8 ปี