Home ต่างประเทศ เครื่องบินโบอิ้ง 737 ที่ถูกลืมนาน 13 ปี! Air India เพิ่งค้นพบว่ายังเป็นเจ้าของ ก่อนปิดตำนานด้วยการขนย้ายครั้งใหญ่

เครื่องบินโบอิ้ง 737 ที่ถูกลืมนาน 13 ปี! Air India เพิ่งค้นพบว่ายังเป็นเจ้าของ ก่อนปิดตำนานด้วยการขนย้ายครั้งใหญ่

13

เครื่องบินโบอิ้ง 737 ที่ถูกลืมนาน 13 ปี! Air India เพิ่งค้นพบว่ายังเป็นเจ้าของ ก่อนปิดตำนานด้วยการขนย้ายครั้งใหญ่

กรณีของ VT-EHH จึงกลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า แม้แต่ทรัพย์สินขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงอย่างเครื่องบิน ก็อาจถูกมองข้ามได้ หากระบบจัดการข้อมูลไม่สามารถเชื่อมโยงประวัติการถือครองและสถานะการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

ค่าจอดเครื่องบินที่สะสมยาวนานกว่า 13 ปี

อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจคือค่าใช้จ่ายในการจอดเครื่องบินภายในสนามบิน

ตลอดระยะเวลาที่เครื่องบิน Boeing 737-200 จอดอยู่ที่สนามบินโกลกาตา สนามบินยังคงมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พื้นที่จอดและการจัดการอากาศยาน ซึ่งสะสมต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

รายงานข่าวจากอินเดียระบุว่า Air India ต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมสะสมมากกว่า 1 โครร์รูปี หรือประมาณ 10 ล้านรูปีอินเดีย สำหรับช่วงเวลาที่เครื่องบินจอดอยู่ภายในสนามบินเป็นเวลานาน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การปล่อยให้เครื่องบินที่ไม่ได้ใช้งานจอดอยู่ในสนามบินโดยไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสม ไม่ได้หมายถึงการสูญเสียพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายที่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับสนามบิน พื้นที่จอดเครื่องบินถือเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะสนามบินขนาดใหญ่ที่ต้องรองรับเครื่องบินจำนวนมากในแต่ละวัน การปล่อยให้เครื่องบินเก่าจอดอยู่ในพื้นที่เป็นเวลานานจึงอาจส่งผลกระทบต่อแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต

สนามบินโกลกาตามีแผนพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการก่อสร้างโรงเก็บเครื่องบินแห่งใหม่ การนำอากาศยานที่หมดอายุการใช้งานออกจากพื้นที่จึงเป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบสนามบินให้สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเดินทางครั้งสุดท้ายไม่ได้เกิดขึ้นบนท้องฟ้า

หลังจากตรวจสอบและยืนยันความเป็นเจ้าของเรียบร้อย Air India จึงดำเนินการขายและโอนเครื่องบิน VT-EHH ให้กับผู้ซื้อ

ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2025 เครื่องบินลำนี้ถูกนำออกจากสนามบินโกลกาตา โดยไม่ได้เดินทางด้วยกำลังของเครื่องยนต์เหมือนในอดีต แต่ใช้รถบรรทุกและรถพ่วงเฉพาะทางในการขนย้าย

การเดินทางครั้งนี้มีระยะทางประมาณ 1,900 กิโลเมตร จากเมืองโกลกาตาไปยังเมืองเบงกาลูรู ซึ่งเป็นเส้นทางที่ต้องอาศัยการวางแผนและการเตรียมการด้านการขนส่งอย่างละเอียด เนื่องจากเครื่องบินมีขนาดใหญ่และต้องเคลื่อนย้ายผ่านเส้นทางภาคพื้นดิน

สำหรับเครื่องบินที่เคยเดินทางอยู่บนท้องฟ้าเป็นเวลาหลายสิบปี การเดินทางบนถนนครั้งนี้จึงถือเป็นช่วงเวลาที่แตกต่างจากภารกิจในอดีตอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนย้ายครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อนำเครื่องบินกลับมาให้บริการเชิงพาณิชย์ แต่เป็นการนำอากาศยานเก่าที่หมดหน้าที่บินแล้วไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่

จุดหมายปลายทางของมันคือเมืองเบงกาลูรู ซึ่งเครื่องบินจะถูกนำไปใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับการฝึกอบรมด้านการซ่อมบำรุงและวิศวกรรมอากาศยาน

การเดินทางระยะไกลครั้งนี้จึงเป็นการปิดฉากช่วงเวลาที่เครื่องบินจอดนิ่งอยู่ในสนามบินโกลกาตามานานกว่าทศวรรษ และเปิดโอกาสให้มันได้ทำหน้าที่ใหม่ในวงการการบิน แม้จะไม่ได้กลับขึ้นไปบินอีกครั้งก็ตาม

จากเครื่องบินขนส่ง สู่ห้องเรียนของวิศวกรการบิน

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดการเครื่องบินลำนี้หลังการขาย คือมันไม่ได้ถูกนำไปทิ้งหรือปล่อยให้สูญเปล่า แต่ได้รับการนำไปใช้เป็นอุปกรณ์ฝึกภาคพื้นดินสำหรับบุคลากรด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน

รายงานระบุว่า Bangalore International Airport Limited เป็นผู้ซื้อเครื่องบินลำนี้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในศูนย์ซ่อมบำรุงและฝึกอบรมด้านการบิน

เครื่องบิน Boeing 737-200 จึงยังคงมีคุณค่า แม้จะไม่สามารถกลับไปทำหน้าที่ขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าได้อีกต่อไป

การมีเครื่องบินจริงสำหรับใช้ฝึกอบรมช่วยให้ผู้เรียนสามารถศึกษาส่วนประกอบต่าง ๆ ของอากาศยานได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างลำตัว ระบบเครื่องยนต์ ส่วนประกอบทางกล และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษา

สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาเพื่อเป็นช่างอากาศยาน การฝึกกับเครื่องบินจริงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างระบบต่าง ๆ ได้ดีกว่าการเรียนรู้จากเอกสารหรือภาพประกอบเพียงอย่างเดียว

ดังนั้น แม้เครื่องบิน VT-EHH จะสิ้นสุดชีวิตการทำงานบนท้องฟ้าไปแล้ว แต่การนำไปใช้เพื่อการศึกษาและฝึกฝนบุคลากรยังถือเป็นการต่อยอดคุณค่าของทรัพย์สินเก่าให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว

บทเรียนสำคัญจากเครื่องบินที่ถูกลืม

กรณีของ Boeing 737-200 ลำนี้ไม่ได้เป็นเพียงข่าวแปลกเกี่ยวกับสายการบินที่ลืมเครื่องบินของตัวเองเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของระบบบริหารจัดการทรัพย์สินภายในองค์กรขนาดใหญ่

เครื่องบินเป็นทรัพย์สินที่มีรายละเอียดจำนวนมาก ตั้งแต่หมายเลขทะเบียน ประวัติการใช้งาน เอกสารการบำรุงรักษา ไปจนถึงสถานะการถือครองและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

หากข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเกิดปัญหาที่ทำให้ทรัพย์สินบางรายการหลุดออกจากระบบการติดตามได้

สำหรับ Air India เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทกำลังผ่านการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการ ซึ่งทำให้กรณีดังกล่าวได้รับความสนใจมากขึ้น

นอกจากนี้ การที่เครื่องบินจอดอยู่ในพื้นที่สนามบินเป็นเวลานานยังแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการประสานงานระหว่างสายการบินและผู้บริหารสนามบิน เพื่อให้สามารถจัดการทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้งานได้อย่างเหมาะสม

ท้ายที่สุด เครื่องบินที่เคยถูกลืมอยู่ในมุมหนึ่งของสนามบินโกลกาตาก็ได้รับการค้นพบ ตรวจสอบ และนำออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ

จากเครื่องบินโดยสารในปี 1982 สู่เครื่องบินขนส่งไปรษณียภัณฑ์ในปี 2007 ก่อนจะหยุดบินในปี 2012 และกลับมาเป็นข่าวใหญ่ในปี 2025 เรื่องราวของ VT-EHH จึงเป็นประวัติศาสตร์การบินที่มีเส้นทางชีวิตไม่ธรรมดา

การเดินทางครั้งสุดท้ายจากโกลกาตาไปยังเบงกาลูรูอาจไม่ได้เกิดขึ้นบนท้องฟ้า แต่กลับเปิดโอกาสให้เครื่องบินลำเก่านี้มีบทบาทใหม่ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับวิศวกรการบินรุ่นต่อไป

และสิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้น่าจดจำที่สุดก็คือ เครื่องบินที่เคยถูกลืมไปนานถึง 13 ปี กลับไม่ได้จบลงด้วยการถูกทิ้งอย่างไร้ประโยชน์ แต่ได้เริ่มต้นบทบาทใหม่ในวงการการบินอีกครั้ง