เดือดข้ามประเทศสาวอ้างเป็นเมียเก่าลุงโยธิน อดีตดาราดัง โผล่แฉยับโดนทำร้ายร่างกาย ขโมยเงินลูก ก่อนตัดสินใจหอบลูกหนี
20 ตุลาคม 2569 น.ส.จูดี้ (นามสมมติ) อดีตภรรยาคนที่ 2 ของนายโยธิน มาพบพันธุ์ หรือ ลุงโยธิน อดีตนักแสดงชื่อดัง ได้ส่งคลิปวิดีโอจากเมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ผ่านทาง น.ส.จารุทรรศน์ มาพบพันธุ์ บุตรสาวคนโตของนายโยธิน เพื่อมอบให้สื่อมวลชนนำเสนอเรื่องราวชีวิตคู่ตั้งแต่เริ่มคบหาจนถึงขั้นฟ้องหย่า โดยตัดสินใจออกมาชี้แจงหลังจากที่อดีตสามีไปให้สัมภาษณ์ในรายการ เปิดปาก ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี อ้างว่าตกอับ ไร้ที่พักอาศัย และไม่มีญาติพี่น้องดูแล รวมถึงมีการพาดพิงถึงตนและลูกชาย จึงต้องการให้สังคมได้รับรู้ความจริงอีกด้านถึงสาเหตุที่แท้จริงของการหย่าร้างและการที่ลูกชายต้องตีตัวออกห่าง ซึ่งล้วนมาจากพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรงและด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายของฝ่ายชาย

น.ส.จูดี้ เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายโยธินขณะทำงานโรงแรมในย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร ก่อนจะตกลงคบหากัน แต่เมื่อทราบว่าฝ่ายชายมีครอบครัวแล้วจึงขอเลิกรา ต่อมานายโยธินได้นำใบสำคัญการหย่ามายืนยัน ตนจึงใจอ่อนกลับไปคบหาและจดทะเบียนสมรสกัน ระหว่างใช้ชีวิตคู่มักมีปากเสียงและเคยถูกนายโยธินทำร้ายร่างกายภายในห้องนอน จนต้องใช้ไม้แขวนเสื้อฟาดเพื่อป้องกันตัว จากนั้นฝ่ายชายได้เดินไปที่ห้องครัว ขณะที่มารดาของนายโยธินได้รีบเข้ามาลงกลอนประตูห้องและยืนขวางไว้ เมื่อนายโยธินพยายามพังประตูเข้ามา มารดาจึงห้ามปรามจนสถานการณ์สงบลง ภายหลังตนทราบว่าอดีตสามีไปหยิบมีดจากห้องครัวซึ่งเชื่อว่าจะนำมาทำร้ายตน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัวอย่างหนัก แม้แม่สามีจะเคยเตือนให้หนีไปแต่ตนก็ยังอดทนอยู่ เพราะหวังว่าสามีจะปรับปรุงตัว

อดีตภรรยาคนที่ 2 กล่าวต่อไปว่า ต่อมาตนตัดสินใจตั้งครรภ์เพราะหวังว่าลูกจะช่วยเปลี่ยนนิสัยของสามีได้ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น นายโยธินไม่เคยกลับมาดูแล ปล่อยให้ตนต้องไปฝากครรภ์และทำงานหาเงินเพียงลำพัง เมื่อใกล้คลอดตนจึงตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดในภาคเหนือ โดยที่อดีตสามีไม่เคยส่งเสียเงินช่วยเหลือแต่อย่างใด กระทั่งลูกอายุ 3 เดือน นายโยธินได้เดินทางมาเยี่ยมแต่ไม่ได้นำสิ่งของใดมาให้ลูก ซ้ำยังขอเงินค่าเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ซึ่งตนก็ยอมให้ และหายหน้าไปจนลูกอายุ 8 เดือน จึงกลับมาอีกครั้งโดยพักอยู่ 2-3 วัน แต่กลับขโมยเงินจำนวน 3,000 บาท ที่ตนเตรียมไว้ซื้อของใช้สำหรับลูกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
น.ส.จูดี้ ระบุเพิ่มเติมว่า ตนใช้ชีวิตคู่มาประมาณ 4 ปี ก่อนจะย้ายกลับต่างจังหวัด และตัดสินใจจ้างทนายความดำเนินการฟ้องหย่าเมื่อลูกอายุ 6 ปี โดยศาลอนุญาตให้ตนเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรเพียงผู้เดียว จากนั้นจึงพาลูกย้ายไปใช้ชีวิตที่เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ตนสอนลูกเสมอให้กตัญญูต่อบิดา จนกระทั่งในปี 2559 ลูกชายวัย 40 ปี ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อหวังจะได้พบหน้าพ่อเป็นครั้งแรก แต่ฝ่ายชายกลับบ่ายเบี่ยง และเมื่อลูกชายโทรศัพท์ไปขอให้รอที่โรงแรมกลับถูกนายโยธินต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทำให้ลูกชายเสียใจอย่างหนักและตัดสินใจไม่ติดต่อกับผู้เป็นพ่ออีกเลย ท้ายที่สุดนี้ น.ส.จูดี้ วอนขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องติดต่อตนโดยตรงหากมีประเด็นใดเพิ่มเติม และขออย่าดึงลูกชายเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก เนื่องจากลูกมีหน้าที่การงานที่ดีและไม่ควรได้รับผลกระทบจากการออกสื่อของนายโยธิน

















